#ได้เวลาพักเจมส์

#ได้เวลาพักเจมส์

ทุกนัดนับจากนี้ล้วนมีความหมายสำหรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ยังเหลือภารกิจหนักใน 3 รายการ

ไล่ตั้งแต่การลุ้นแย่งท็อปโฟร์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ยูโรปา ลีก ต้องดวล 2 นัดเยือน-เหย้า กับ คลับ บรูช ของเบลเยียม ในรอบน็อกเอาต์ 32 ทีม

เอฟเอ คัพ กรุยทางมาถึงรอบ 16 ทีมสุดท้าย และด่านต่อไปคือการไปเยือน ดาร์บี้ เคาน์ตี้

ช่วงเวลาพักเบรกที่มาร์เบย่าเปรียบเสมือนการชาร์จพลังของเหล่าขุนพลปีศาจแดง ซึ่งได้นักเตะหลายรายฟื้นร่างกายกลับมาช่วยทีม

ยกเว้นแค่ มาร์คัส แรชฟอร์ด ดาวซัลโวประจำคลับที่ปิดเทอมยาว, ลี แกรนท์ โกลมือสามที่เดี้ยงจนต้องพักหลายวีก และ ปอล ป็อกบา ดาวเตะเจ้าปัญหาที่ข่าวย้ายทีมถูกพูดถึงมากกว่าเรื่องราวอัพเดตด้านสุขภาพ

แมตช์บุกทุบเชลซี 2-0 เมื่อคืนวันจันทร์ บรรดานักเตะเร้ด เดวิลส์ ต่างโชว์ฟอร์มเข้าตากรรมการ และมีเพียง แดเนียล เจมส์ คนเดียวที่ทำผลงานต่ำกว่ามาตรฐาน

นี่ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับ ปีกจรวดเวลส์แมน เพราะฟอร์มของเขาร่วงหล่นมาพักใหญ่ และโดนวิจารณ์มาเนิ่นนาน

หากนักเตะคนไหนผลงานแย่ แนวทางที่ถูกนำมาใช้แก้ปัญหามากสุดก็คือการดร็อป แต่ช่วงที่ผ่านมา โอเล่ กุนนาร์ โซลชา โดนปัญหาเดี้ยงรุมเร้า และแนวรุกมีตัวเลือกจำกัด

ดังนั้น เจมส์ จึงได้ลงสนามอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นนักเตะยุคใหม่ที่มีความยืดหยุ่นสูง เลยสามารถลงเสียบได้ทุกแผนของ โอเล่

ทว่าสปีดเร็วจี๊ดของ เจมส์ ดูเหมือนว่าจะโดนดักทางได้เรียบร้อย และเมื่อไม่มีพื้นที่ว่างให้กระชากลากเลื้อย บทบาทของเขาก็น้อยลงเรื่อยๆ

จุดประสงค์ดั้งเดิมของการคว้าตัว เจมส์ จากสวอนซี ซิตี้ ในช่วงซัมเมอร์ คือเอามาเพื่อเป็นอะไหล่ไว้สลับใช้งานเท่านั้น

แต่วีรกรรมเลิศหรูเริ่มจาก แกรนด์ โอเพนนิ่ง ลงสำรองตะบันตอกฝาโลง เชลซี 4-0 ในแมตช์เริ่มซีซั่น

ต่อด้วยลูกยิงปั่นโค้งใส่ คริสตัล พาเลซ และงัดไม้ตายคล้ายๆ กันในเกมเยือนเซาธ์แฮมป์ตัน

3 ประตูจาก 4 เกมแรกในเครื่องแบบปีศาจแดง เป็นสถิติที่บีบให้ โซลชา ต้องเร่งใช้งาน เจมส์ ทันที ตามคอนเซปท์ “น้ำขึ้นให้รีบตัก” และ “ตีเหล็กต้องตีตอนร้อน”

แต่เหลือเชื่อ 29 นัดหลังจากนั้น เจมส์ พังตาข่ายให้ยูไนเต็ดไม่ได้เลย โดยมีเพียงแอสซิสต์งามๆ จ่ายให้ แรชฟอร์ด เป็นผลงานน่าตื่นตาตื่นใจ และจับต้องได้

น่าเสียดายที่ แรช เดี้ยงยาว และเท่ากับว่า เจมส์ ต้องขาดพาร์ทเนอร์ที่เข้าขารู้ใจไปอีกด้วย

พอล เมอร์สัน กูรูลูกหนังคนดัง และอดีตแข้งอาร์เซน่อล แนะนำ โซลชา ว่าควรดร็อป เจมส์ ดูบ้าง ก่อนที่นักเตะจะสูญเสียความมั่นใจไปมากกว่านี้

ล่าสุด เจมส์ ถูกดันไปเล่นกองหน้าจำเป็นตามกลยุทธ์เน้นฉาบฉวย แต่ เมอร์สัน มองว่ามันไม่ได้ส่งเสริมให้เขาสามารถเรียกฟอร์มเก่งคืนมาได้

เมื่อไม่มี แรช ก็ควรใช้ เจมส์ มาเล่นตำแหน่งปีกซ้ายตามที่ถนัดมากสุด เพียงแต่โอกาสยังไม่เอื้ออำนวยมากนัก

เชื่อว่าช่วงที่ผ่านมา โซลชา คงปรึกษากับเพื่อนเก่า ไรอัน กิ๊กส์ ผู้จัดการทีมชาติเวลส์เพื่อหาทางออกเรื่อง เจมส์ ฟอร์มตก

นักบอลอาชีพส่วนใหญ่ เวลาผลงานแย่ ก็มักต้องการแก้ตัวเพื่อพิสูจน์คุณค่าของตนเอง แต่เห็นได้บ่อยๆ ว่าล้มเหลว เพราะบางทีเวลาตั้งใจมากๆ ก็กลายเป็นแรงกดดันย้อนศรกลับมาบั่นทอนคุณภาพ

สำหรับ เจมส์ ไม่ได้โดนโจมตีหนักเรื่องฟอร์มห่วยแตกเหมือน เจสซี่ ลินการ์ด หรือ อันเดรียส เปเรยร่า เพียงแต่หลายคนใจหาย เพราะเคยเห็นลีลาที่จี๊ดจ๊าดเข้าตากรรมการ

ปัญหานี้ กุนซืออย่าง โซลชา ก็ต้องยื่นมือเข้ามาช่วย ทั้งเรื่องให้คำปรึกษาสั่งสอน, ปลอบขวัญหยิบยื่นกำลังใจ และดีไซน์แผนแจ๋วๆ ให้ เจมส์ ได้กลับมาแจ้งเกิดอีกครั้ง

บางทีหัวหอกขนานแท้ตามแบบฉบับของ โอเดียน อิกาโล่ อาจเป็นตัวช่วย เพราะพื้นฐาน เจมส์ เป็นปีกสไตล์อังกฤษ และการมีเป้าหมายชัดเจนในกรอบเขตโทษ ย่อมเปิดโอกาสให้ลูกโยนของเขามีสิทธิ์เป็นแอสซิสต์มากกว่าตอน อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ยืนค้ำศูนย์หน้าแน่นอน

อย่างไรก็ตามสิ่งแรกที่ โอเล่ ควรทำในตอนนี้คือพัก เจมส์ ที่กรำศึกลงเตะมา 33 เกม

แล้วค่อยๆ ทยอยใช้งาน ตามสถานการณ์ที่ถูกต้องเหมาะสม

* โรบิน *