กองหลังที่เก่งที่สุด

กองหลังที่เก่งที่สุด

กองหลังที่เก่งที่สุด

นับเป็นคำยกย่องที่มีความหมายมาก

แว็งซ็องต์ ก็องปานี อดีตกองหลังกัปตันทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ พูดถึง เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ว่าเป็นกองหลังที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีกสำหรับตัวเขา

พรีเมียร์ลีกตั้งแต่ฤดูกาลแรกสุด 1992/93 เสกกองหลังชั้นเยี่ยมขึ้นสู่วงการมากมาย โทนี่ อดัมส์ สตีฟ บรูซ โคลิน เฮนดรี้ โซล แคมป์เบลล์ ริโอ เฟอร์ดินานด์ จอห์น เทอร์รี่ ซามี่ ฮูเปีย เนมานย่า วิดิช แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ฯลฯ

มีอีกนับไม่ถ้วนจริงๆ สำหรับผู้เล่นในตำแหน่งปราการหลัง ทั้งในชื่อเสียงระดับโลกและผลงานระดับโลก

กระทั่งตัวก็องปานีเองก็ยิ่งใหญ่ไม่น้อย มีส่วนร่วมกับแชมป์พรีเมียร์ลีกทั้ง 4 สมัยของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ทั้งหมด ทั้งยังมีบทบาทสำคัญในแชมป์ฤดูกาลล่าสุดที่เป็นคนพังประตูชัยเฉือนเลสเตอร์ ซิตี้ ในเกมชี้เป็นชี้ตายด้วย

ว่ากันในแง่ความสำเร็จกองหลังทีมชาติเบลเยียมก็ไม่เป็นรองใครเหมือนกัน ทั้งยังโดดเด่นด้วยแคแร็กเตอร์และบทบาทความมีอิทธิพลต่อทีม

กระนั้นก็องปานีก็ยังยกให้ ฟาน ไดค์ คือหมายเลขหนึ่ง

วงการฟุตบอลนั้นคลื่นลูกหลังไล่ทันคลื่นลูกแรกเหมือนวงการอื่นๆ ด้วยพัฒนาการที่ก้าวไกล เทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์การกีฬาที่ทันสมัยขึ้น รูปแบบแท็คติกระบบการเล่นที่ยกระดับขึ้น ความฟิตที่มากกว่าเดิม นักฟุตบอลรุ่นหลังควรจะเก่งกว่านักฟุตบอลรุ่นก่อน

รุ่นพ่อก็ต้องเก่งกว่ารุ่นปู่ รุ่นเราก็ต้องเก่งกว่ารุ่นพ่อ รุ่นลูกและหลานเราก็จะแซงกันไปตามธรรมชาติ

ถ้ามองกันที่ความครบเครื่อง แต่ละคนต่างก็ครบเครื่องที่สุดในยุคของตัวเอง

ยุคนี้ก็ต้องเป็น ฟาน ไดค์ เรื่องนี้ปฏิเสธลำบากแม้กระทั่งคนที่ไม่ชอบเขาที่สุด

ยุคก่อนนี้ก็ต้องเป็นก็องปานี เป็นริโอ เป็นเทอร์รี่ ยุคถัดขึ้นไปอีกก็ต้องเป็นอดัมส์ เป็นบรูซซี่ เป็นโคลิน เฮนดรี้

เหมือนในตำแหน่งอื่นๆ เช่นกัน ว่ากันตามคุณสมบัติโดยรวม ลิโอเนล เมสซี่ กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ควรจะดีกว่า โรนัลโด้ ซีเนดีน ซีดาน ดีเอโก้ มาราโดน่า เปเล่

หากในความจริงแล้วไม่มีอะไรมาวัดได้ตายตัว สิ่งที่เราควรจะเข้าใจก็คือพวกเขาเหล่านี้ต่างเป็นที่สุดของรุ่นในยุคของเขาซึ่งเป็นยุคที่ฟุตบอลก็เล่นกันในสภาพแวดล้อมและข้อจำกัดอีกอย่างหนึ่ง

เถียงกันไปก็คงเปล่าประโยชน์ ทะเลาะกันเสียมิตรภาพโดยใช่เหตุ

คำยกย่องของก็องปานีนั้นอาจจะมีแฟนบอลบางคนไม่เห็นด้วยก็ได้ แน่นอนพวกเขาก็มีเหตุผลรองรับเหมือนกัน อย่างน้อยก็เรื่องความสำเร็จและการยืนระยะพิสูจน์ตัวเองอย่างที่ทุกคนที่ว่าเคยทำมา

แฟนบอลลิเวอร์พูลก็อาจจะมองอีกแบบ ระยะเวลาแค่สองปีครึ่ง วีวีดีเข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้าแนวรับของหงส์แดงทั้งหมด ได้แชมป์โลก ได้แชมป์ยุโรป และกำลังจะเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก แค่นี้ยังไม่พออีกหรือ

ความจริงแล้วคำที่ทำให้เราทะเลาะกันก็คือคำว่า “ที่สุด”

ไม่ใช่แฟนบอลทีมอื่นไม่เชื่อว่าฟาน ไดค์เก่ง เรื่องเก่งเรื่องครบเครื่องนั้นยอมรับ แต่ถ้าจะบอกว่าเก่งที่สุดกว่าทุกคนนั้นคงต้องมาถกกันหน่อย เพราะเขาก็มั่นใจในความเก่งของคนของเขาเช่นกัน

ถ้าเราสามารถตัดเรื่องทีมใครทีมมันออกไปได้จะคุยกันง่ายกว่านี้เยอะ แต่ในความเป็นจริงแล้วทำไม่ได้หรอก สิ่งที่จะทำให้ความคิดเห็นต่างๆ นั้นราบรื่นไม่มีปฏิกิริยาถกเถียงรุนแรงกันตามมาก็จะต้องอยู่ที่ทัศนคติของตัวเราเองล้วนๆ

ถามป้าพล็อตว่าเห็นด้วยกับก็องปานีไหมก็ต้องตอบว่าเห็นด้วยครึ่งหนึ่ง ไม่เห็นด้วยอีกครึ่งหนึ่ง

ที่ว่าเห็นด้วยนั้นก็ตรงที่ฟาน ไดค์คือกองหลังที่ดีที่สุดในฟุตบอลสมัยใหม่ มองไปในวงการลูกหนังเวลานี้ไม่มีเซนเตอร์แบ๊กคนไหนโดดเด่นกว่าอดีตปราการหลังเซลติกและเซาธ์แฮมป์ตันคนนี้

คุณสมบัติครบถ้วนในเรื่องการเป็นกองหลัง ความฟิตเต็มเปี่ยม วินัยเยี่ยม แท็คติกไม่ผิดพลาด ทั้งยังมีความเป็นผู้นำ บุคลิกโดดเด่น

ดีสุดใน พ.ศ. และ ค.ศ. นี้ และถ้าเราเอาตรรกะในเรื่องพัฒนาการของเกมลูกหนังมาวัด เขาก็ควรจะเก่งกว่าเบอร์หนึ่งคนอื่นๆ ในยุคก่อนหน้านี้ด้วยไม่ว่าจะเป็นยุคทูเทาน์เซ่นส์ ไนน์ตี้ส์ เอจตี้ส์ เซเว่นตี้ส์ ที่อุดมไปด้วยกองหลังระดับตำนาน

ว่ากันไม่แง่มุมนั้น ฟาน ไดค์ น่าจะเก่งที่สุด

ทว่าส่วนที่ไม่เห็นด้วยก็คือคำว่า “เก่งที่สุด” นั่นแหละ มันชวนให้กระอักกระอ่วนอย่างไรพิกล

เข้าสู่พรีเมียร์ลีกได้แค่ 5 ปีจะยกให้เขาเป็นกองหลังที่เก่งที่สุดเท่าที่ลีกเคยมีมาเสียแล้ว

มันเป็นไปได้ แต่ไม่เป็นประโยชน์ เพราะมันคือคำตอบในคำถามปลายเปิด ลางเนื้อชอบลางยา และคำว่าเก่งที่สุดของแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน

สุดท้ายแล้วถ้าเราจะมองว่านี่คือคำชื่นชมของ แว็งซ็องต์ ก็องปานี ที่มีกองหลังรุ่นน้องที่เคยฟาดฟันกันมาก็ได้ มันคือความคิดเห็นส่วนตัวพร้อมเหตุผลรองรับที่มีน้ำหนัก

ลิเวอร์พูลก่อนมีฟาน ไดค์ กับลิเวอร์พูลหลังมีฟาน ไดค์.. นั่นคือเหตุผลของอดีตยอดกัปตันทีมแห่งเอติฮัด สเตเดี้ยม

ห้าปีในอังกฤษ สองฤดูกาลครึ่งในแอนฟิลด์ ระยะเวลาอาจจะเป็นตัวแปรหนึ่งก็จริงแต่สำหรับก็องปานีเขาประทับใจปรากฏการณ์ในระดับปฏิวัติที่ฟาน ไดค์ทำขึ้นมากกว่า

อย่างน้อยความเห็นของก็องปานีก็ไม่ใช่ความเห็นจำพวกขยะแน่ๆ ไม่ใช่ความเห็นลอยๆ ไม่มีหลักการรองรับ ไม่ใช่ความเห็นในแบบที่ภาษาวัยรุ่นวันนี้เรียกว่าเกรียน

ฟาน ไดค์ จะเก่งที่สุดหรือไม่ได้เก่งที่สุดคงไม่ใช่เรื่องที่ต้องมาเถียงกันหน้าแดงหน้าดำหรอก เอาเป็นว่าทุกคนมีสิทธิ์ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ขอเพียงให้มีเหตุผลว่าทำไมก็แค่นั้นเอง

ป้าพล็อต

 

ติดตามข่าวสารได้ที่ :: ข่าวฟุตบอลต่างประเทศ

บทความก่อนหน้า :: สงครามเทคโอเวอร์ LFC