“ฟานกัล ดีกว่า เฟอร์กี้ ???”

“ฟานกัล ดีกว่า เฟอร์กี้ ???”

“ฟานกัล ดีกว่า เฟอร์กี้ ???”
.
.
เวย์น รูนี่ย์ ให้สัมภาษณ์ในแบบที่แฟนบอลหลายๆคน ไม่ใช่แค่แฟนผีด้วยกันเองต้องออกอาการมึนงงสงสัย เมื่อบอกว่าตัวเองได้เรียนรู้มากมาย ถึงขั้นว่ามากที่สุดจากยุคของ หลุยส์ ฟาน กัล นายใหญ่จอมปรัชญาชาวดัตช์

‘แอลวีจี’ ตกลงรับงานเป็นกุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังฟุตบอลโลก 2014 ที่ประเทศบราซิล หลังจากที่พาทีมชาติฮอลแลนด์ เข้าป้ายเป็นอันดับ 3

ฟาน กัล ได้ร่วมงานกับ รูนี่ย์ ที่ตอนนั้นก็เริ่มจะกลายเป็นนักเตะ ‘จอมเก๋า’ ของทีมแล้ว และไม่นานหลังได้เข้ามาคุมทีมก็แต่งตั้งให้ ‘วาซซ่า’ เป็นกัปตันผีแดง

เป็นระยะเวลาเพียง 2 ฤดูกาลเท่านั้นที่ ฟาน กัล ได้ใช้ชีวิตบนบังเหียนกุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก่อนจะโดนปลดออกไปทั้งที่เพิ่งพาทีมคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ซึ่งนั่นคือแชมป์บอลถ้วยเก่าแก่สุดครั้งแรกของแมนฯ ยูไนเต็ด ในรอบ 12 ปี

“ผมเสียใจมากตอนที่ หลุยส์ (ฟาน กัล) โดนไล่ปลดออกจากตำแหน่ง สำหรับผมแล้ว การได้ร่วมงานกับเขาเป็นอะไรที่สนุกมากๆ”

“เขาควรให้เขาทำงานในซีซั่นที่ 3 เราจะแข็งแกร่งกว่าเดิมมาก ผมรู้สึกได้ว่า หลายๆอย่างกำลังเป็นไปในทิศทางที่ดี และนักเตะก็เริ่มเข้าใจวิสัยทัศน์ของเขาแล้ว ในช่วงสองปีนั้น ผมได้เรียนรู้อะไรมากกว่าจากผู้จัดการคนอื่นๆ”

“นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ผมจะรู้สึกเป็นหนี้เขาไปตลอด ไม่ใช่เพียงเพราะให้ผมเป็นกัปตันทีม แต่หมายถึงความเชื่อมั่นที่เขามีต่อผมด้วย” รูนี่ย์ อธิบาย

“เราไม่ได้มีทีมที่ดีที่สุดในลีก และเราก็ไม่ได้พร้อมที่จะมีนักเตะเจ็บ 12 คนในทีม ผู้เล่น 11 คนแรกดีพอที่จะติดท็อปโฟร์ แต่เมื่อมีใครบาดเจ็บขึ้นมา เราก็เจอปัญหา เพราะเราไม่ได้มีนักเตะคุณภาพเท่าเทียมกันเหมือนปีก่อนหน้า”

“ตอนนั้นเป็นช่วงเวลาที่ดีสำหรับผม เพราะผมตัดสินใจแล้วว่าอยากจะเป็นผู้จัดการทีม การได้ร่วมงานกับ หลุยส์ เป็นช่วงเวลาที่ล้ำค่าสำหรับผม เพราะผมได้เรียนรู้อะไรมากมายจากเขา และไม่รู้ว่าจะมีตัวอย่างไหนที่ดีกว่านี้” ดาวซัลโวตลอดกาลของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และทีมชาติอังกฤษ ร่ายยาว

หลายคนยังสงสัยอยู่ว่า ทำไม รูนี่ย์ ถึงยกให้ ฟาน กัล เป็นโค้ชที่เขาได้เรียนรู้มากที่สุด ไม่ใช่กับ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่เสกให้เขาประสบความสำเร็จในรูปแบบของแชมป์พรีเมียร์ลีก 5 สมัย, ลีก คัพ 2 สมัย และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, สโมสรโลก อีกอย่างละสมัย

ข้อสันนิษฐานที่เป็นไปได้มากที่สุดก็คือเรื่องของ ‘วัยวุฒิ’

ตอนที่ย้ายมาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ใหม่ๆ รูนี่ย์ ยังเป็นวัยฉกรรจ์อยู่เลย ยังเป็นพวกบ้าระห่ำวิ่งไล่บอลเป็นบ้าเป็นหลัง สนใจแต่การทำประตู ทำหน้าที่ในสนามให้ดีที่สุด

นักเตะในวัยแบบนี้ยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ศาสตร์ลูกหนังให้ถ่องแท้ เพื่อการปูทางสู่ตำแหน่งผู้จัดการทีม

แต่เมื่อวันเวลาล่วงเลยมาจนถึงยุคที่ หลุยส์ ฟาน กัล ก้าวเข้ามาเป็นนายใหญ่แห่งโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด รูนี่ย์ อายุ 29 ปีเข้าให้แล้ว และในฤดูกาลที่ 2 ที่ประสบความสำเร็จในรูปแบบของแชมป์เอฟเอ คัพ นั้น ดาวยิงร่างอวบก็อายุเลยเลข 2 เรียบร้อย

ถึงตอนนั้นนั่นแหละ ที่ทำให้ รูนี่ย์ เริ่มมองหาทางไปต่อหลังการเลิกเล่นฟุตบอล และตอนนั้นเองเขาก็มี ฟาน กัล อยู่ข้างกาย และเป็นช่วงเวลาที่เขาเริ่มตัดสินใจเรียนรู้วิชาการคุมทีมอย่างเป็นจริงเป็นจัง ไม่เหมือนตอนทำงานกับ เฟอร์กี้

สรุปแล้วมันก็น่าจะเป็นเรื่องของ ‘ช่วงชีวิต’ นั่นแหละ ที่ทำให้ รูนี่ย์ รู้สึกว่า ฟาน กัล เป็นคนที่ทำให้เขาได้เรียนรู้เรื่องศาสตร์ลูกหนังมากที่สุด

หาใช่ว่า หลุยส์ ฟาน กัล จะเป็นนายใหญ่ที่มีความเก่งกาจสามารถที่เลิศเลอเพอร์เฟคต์ไปมากกว่า เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน แต่อย่างใด…

.

.

บทความโดย ตุ้ย พันเข็ม

ติดตามข่าวสารได้ที่ :: ข่าวฟุตบอลต่างประเทศ

บทความก่อนหน้า :: “เรียกร้องอย่างป๋า”