“คนสำคัญของผี”

“คนสำคัญของผี”

“คนสำคัญของผี”
.
.
เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ยามทำทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขาไม่ได้สร้างทีมขึ้นมาจากนักเตะซูเปอร์สตาร์เพียงอย่างเดียว

หากสังเกตุดีๆในแต่ละยุคแต่ละสมัยจะมีคนที่เรียกได้ว่าเป็น ‘ดาวดัง’ ส่วนนึง และจะมีผู้เล่นที่จะคอยทำหน้าที่ ‘ลูกหาบ’ คอยช่วยเหลือ

นักเตะที่เข้าข่ายในยุคก่อนๆก็เป็น นิคกี้ บัตต์, ไมเคิ่ล คาร์ริค ยุคนี้ก็คือ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ รวมไปถึง เฟร็ด ด้วยอีกคน

เวย์น รูนี่ย์ เล่าให้ฟังว่า ในยุคสมัยที่เขายังขายวิญญานให้กับ “ปีศาจแดง” ในทีมก็จะมี พาร์ค จี-ซอง นี่แหละที่จะคอยรับภาระหนัก

เช่นเดียวกับเด็กปั้นของทีมอย่าง ดาร์เรน เฟล็ตเชอร์ และเขาก็ยกให้บุคคลเหล่านี้มีความสำคัญกับความสำเร็จพอๆกับพวกซูเปอร์สตาร์

“ถ้าคุณไปถามเด็กอายุ 12 ถึง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ พวกเขาจะตอบได้ทันทีว่า นี่คือนักเตะที่โคตรเจ๋งของ แมนฯ ยูไนเต็ด” รูนี่ย์ เริ่มเล่า

“แต่ถ้าคุณลองไปถามเกี่ยวกับ พาร์ค จี-ซอง แล้วล่ะก็ พวกเขาอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเป็นใคร”

“พวกเราทุกคนที่เล่นกับ พาร์ค รู้ดีว่าเขามีความสำคัญพอๆกันต่อความสำเร็จของพวกเรา นั่นเป็นเพราะสิ่งที่ พาร์ค ทำให้กับเราในภาพรวม และผมก็อยากจะพูดเกี่ยวกับหลายๆทีม พวกเขา นักเตะที่ไม่ใช่สตาร์ คือสิ่งสำคัญสุดในเกมกีฬา”

“นักเตะอย่างผม, โรนัลโด้, เตเวซ เป็นที่สนใจของสื่อ แต่พวกเขา (พาร์ค และ เฟล็ตเชอร์) ถ้าไม่ได้สำคัญกว่า ก็มีความสำคัญต่อทีมพอๆกับพวกเรา เนื่องด้วยสิ่งที่พวกเขามอบให้กับทีมของเรานั่นเอง”

“เราทราบเรื่องนี้ดีเมื่อได้สัมผัสมันในห้องแต่งตัว เพราะพวกเขาเสียสละให้กับทีมของเรา ทำให้ความสามารถส่วนตัวของพวกเขามักโดนมองข้าม”

รูนี่ย์ ยกตัวอย่างเกมที่สตาร์เกาหลีใต้ช่วยให้ทีมของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ประสบความสำเร็จอย่างน่าพอใจ ซึ่งเกิดขึ้นในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ดวลกับ เอซี มิลาน ย้อนกลับไปเมื่อปี 2010

“ผมจำได้ว่า เฟอร์กี้ คุยกับนักเตะก่อนเกมกับ เอซี มิลาน เขาบอกกับ พาร์ค ว่า ‘งานของแกวันนี้ ไม่ได้อยู่ที่บอล ไม่ใช้การผ่านบอล แต่งานของแกคือ ปีร์โล่ แต่ ปีร์โล่ เท่านั้น’

“ผมว่าวันนั้น ปีร์โร่ ผ่านบอลไม่ถึง 40 ครั้ง และ 95 เปอร์เซนต์ของมันเป็นการจ่ายคืนหลัง เป็นเพราะ พาร์ค ทำงานของตัวเองได้อย่างเหลือเชื่อ” วาสซ่า ยืนยัน

พาร์ค จี-ซอง อาจไม่ได้รับการประกาศเกียรติคุณมากมายนัก แต่ลองไปถามแฟนผีดูสิ มีใครไม่หลงรักดาวเตะตาตี่คนนี้บ้าง…

.

.

ติดตามข่าวสารได้ที่ :: ข่าวฟุตบอลต่างประเทศ

บทความก่อนหน้า :: “ความจริงจากริโอ”