“ดีเอ็นเอเด็กผี”

“ดีเอ็นเอเด็กผี”

“ดีเอ็นเอเด็กผี”
.
.
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทีมของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ประสบความสำเร็จได้มากมายล้นหลาม ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีนักเตะฝีเท้าชั้นอ๋องอยู่ในทีม ส่วนอีกปัจจัยสำคัญคือ ‘ทัศนคติ’ อันยอดเยี่ยมของผู้เล่น

เฟอร์กี้ ไม่นิยมทำงานกับนักเตะเหลาะแหละ ต้องจริงจังกับทุกย่างก้าวของชีวิต ยามอยู่ในสนามต้องเต็มที่ทุกวินาที ไม่มีที่ว่างสำหรับความผิดพลาด นั่นคือหลักปรัชญา ที่เขาปลูกฝังให้กับลูกทีมทุกยุคทุกสมัย

ไรอัน กิ๊กส์ เล่าให้ฟังว่า เรื่องราวเหล่านี้มันเริ่มถูกอัดฉีดเข้าในมันสมองของเขา และเพื่อนร่วมทีมชุดคลาส ออฟ 92 ตั้งแต่สมัยอยู่ในทีมเยาวชน และก็ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมพลแข้งเหล่านี้ถึงได้ร่ำรวยความสำเร็จ

“ช่วงที่ผมโตมากับทีมเยาวชน ผมมักทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้เป็นฝ่ายชนะในการแบ่งข้างละ 5 คน ที่ผมต้องสู้กับเพื่อนที่ดีที่สุดอย่าง นิคกี้ บัตต์, พอล สโคลส์”

“เราหวดกันเอง และถ้าแพ้ มันจะฝังใจเราเป็นวันๆ และนี่คือการทำงานในวันก่อนการแข่งขันจริง การแบ่งทีมเล่นข้างละ 5 คน 8 นาที หรือ 9 นาที”

“จากประสบการณ์ของผม ทุกวันนี้ผมเห็นนักเตะที่เพิ่งจะแพ้ในการแบ่งทีม 5 คน แล้วพวกเขาก็พากันหัวร่อต่อกระซิก มันทำให้ผมคิดในใจว่า ‘เฮ้ย…พวกมึงเพิ่งจะแพ้มานะ’ แม้ว่าเกมนั้นจะไม่ได้มีความหมายอะไร แต่มันก็แสดงให้เห็นว่าคุณมีหัวคิดแห่งผู้ชนะแค่ไหน พวกเราทำทุกอย่างเพื่อชัยชนะ”

“ในทีมเด็ก โค้ชของเราอย่าง เอริค แฮร์ริสัน แทบทำให้ผมจำไม่ได้เลยว่าแกให้ฟรีคิกตอนไหนบ้าง เขาปล่อยให้เราเล่นกันเอง ไม่มีใครอยากบาดเจ็บหรอก แต่เขาอยากสร้างความมุ่งมั่นเพื่อชัยชนะในตัวพวกเรา และเขาก็ต้องการให้เราพกทัศนคติแบบนี้ลงสนามไปในการแข่งขันจริงวันเสาร์”

“บางทีเรื่องนี้ก็เหือดหายไปจากนักเตะยุคนี้ แต่ทุกคนก็ต้องมองหาหัวคิดแบบผู้ชนะให้เจอ – เซอร์ อเล็กซ์ คือเจ้าแห่งจิตวิทยา”

“มีอยู่ครั้งนึงที่ผมเล่นให้กับทีมเยาวชน น่าจะอายุ 15 ได้ เราเจอกับทีมมารีน จากลิเวอร์พูล พวกเขาเป็นทีมผู้ใหญ่แล้ว และผู้รักษาประตูของเราก็เอาแต่เตะบอลข้ามหัวเซนเตอร์ขึ้นมาให้ผมโขก ก่อนจะมีสเกาเซอร์คนนึงโขกมาที่หลังหัวผม”

“ผมหันไปตวาดใส่ผู้รักษาประตู ‘ทำอย่างอื่นบ้างสิวะ’ แต่เขาตอบมาว่า ‘เอริค สั่งให้ผมเตะบอลมาเข้าหัวแก’ โค้ชกำลังต้องการทดสอบผม เพื่อจะดูว่าสามารถรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวได้ดีแค่ไหน”

“ทุกคนโดนทดสอบตลอดเวลา เมื่อผ่านสถานการณ์แบบนั้นมาได้ เกมต่อไปเมื่อเจอกับคนอายุเท่ากัน ไซส์เดียวกัน ก็ไม่ใช่งานยากแล้ว”

“เพราะสิ่งที่คุณต้องทำเพื่อการเป็นนักฟุตบอลในยุคนั้น การที่คุณต้องต่อสู้ คุณต้องออกจากคอมฟอร์ท โซน ของตัวเองเกือบทุกสัปดาห์ ในขณะที่ทุกวันนี้คุณอาจไม่ได้อยู่ในคอมฟอร์ท โซน ของตัวองมากนัก”

“นั่นคือวัฒนธรรม บางทีมันก็ดี สิ่งอำนวยความสำดวกมันดีขึ้นมากในทุกวันนี้ ได้เล่นฟตุบอลท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ดี”

“แต่คุณแน่ใจได้ยังไงว่า ได้เรียนรู้วิธีแก้ไขปัญหาได้ดีกว่าเมื่อก่อน ตอนที่พวกเรายังเด็ก ? ซึ่งบางทีอาจจะไม่เลย” กิ๊กส์ ทิ้งท้าย

.

.

บทความโดย :: ตุ้ย พันเข็ม

ติดตามข่าวสารได้ที่ :: ข่าวฟุตบอลต่างประเทศ

บทความก่อนหน้า :: “เมื่อน้าเลิกไนซ์”