#คำชมจากศัตรูที่รัก การแสดงถึงความเป็นนุษย์ที่ดี

#คำชมจากศัตรูที่รัก การแสดงถึงความเป็นนุษย์ที่ดี

คำชมจากศัตรูที่รัก การแสดงถึงความเป็นนุษย์ที่ดี

การแข่งขันระหว่าง ลิเวอร์พูลกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำให้ฟุตบอลอังกฤษมีสีสันมากกว่า และส่งต่อ Passionไปทั่วโลก แฟนทีมอื่นก็อย่าน้อยใจเพราะโลกนี้ไม่ได้มีแค่ 2 ยักษ์ใหญ่ ตรานกและตราปีศาจเท่านั้น ทีมรักของแต่ละคนย่อมดีที่สุดในใจเรา แต่…ถ้าไม่มีความเกลียดชังระหว่าง หงส์กับผี รับรองว่า ฟุตบอลอังกฤษเป็นแค่เกมดาดๆเท่านั้น

การหาเรื่องพูดถึงหลังคว้าแชมป์ครั้งแรกในรอบ 30 ปีเป็นเรื่องยากเหมือนกัน เพราะอะไรๆก็อยากพูดถึงไปหมด อยากคุยกับทุกคนไปหมด (1 ในเจตนาที่ทำเพจนี้ Captain No.12 เพราะอยากคุยกับแฟนบอลเหมือนกัน อยากให้ท่านที่มีข้อจำกัดด้านภาษา ได้อ่านอะไรที่เป็นข้อเท็จจริง เพราะผมยืนยันเสมอว่า หากเรา(พอจะอ่าน) ภาษาอังกฤษได้ นั่นได้อรรถรสที่สุด แต่ถ้ามีข้อจำกัด เวลาผมแปลเรื่อง จะใช้ภาษาไทยที่ใกล้กับภาษาอังกฤษมากสุด แต่ไม่เขียนแบบภาษาอังกฤษ)

เถียงกันทันทีเมื่อลิเวอร์พูลได้แชมป์ ซึ่งเปรียบเหมือนการรอคอย โกโดต์-Waiting for Godot ซึ่ง แอดจ๋า ภรรยาผมพูดเอาไว้  ใครประสบความสำเร็จสูงสุดในอังกฤษ หากเทียบ ระหว่าง ลิเวอร์พูลและแมนฯ ยูฯ เข้าใจว่า 2 ทีมไหน ใครประสบความสำเร็จ แฟนอีกทีมย่อมทนไม่ได้ แต่เราทนมาตั้ง 30 ปี

30 ปีธรรมดาไม่เท่าไร แต่นี่ 30  ปีที่แมนฯ ยูฯ ประสบความสำเร็จสุดๆ เพื่อนรักผม ศุภทัต เจริญกุล ยังต้องถามว่า ระหว่างผีกับหงส์ ช่วงชีวิตเรานี้ ใครมีความสุข ได้เฮมากกว่ากัน เอาเป็นว่าผมไม่ตัดสินแล้วกัน ให้ตัวเลขและมุมมองพูดแทน

นับตั้งแต่ก่อตั้งฟุตบอลลีกอังกฤษ เมือปี 1888 ลิเวอร์พูลได้แชมป์ทั้งหมด 48 รายการ แมนฯ ยูฯ ได้ 45 รายการ แค่ขึ้นต้นก็ Bias มีอคตินิดหน่อย (5555) ยกแรกลิเวอร์พูลชนะ แต่ถ้านับเฉพาะฟุตบอลในประเทศ ลีกและถ้วย แมนฯ ยูฯ ชนะ แชมป์ ลีก 20   แชมป์ถ้วย 17 (เอฟเอ คัพ 12 ลีก คัพ 5) ลิเวอร์พูล แชมป์ลีก 19 แชมป์ถ้วย 15 (เอฟเอ คัพ 7 ลีก คัพ 8) ถ้ายิงจุดโทษถือว่า เสมอกัน 1-1

ประเด็นต่อมา 48 – 45 คืออะไร นั่นคือนับรวมแชมป์ยุโรปและระดับโลกเข้าด้วยกัน ลิเวอร์พูลนำอยู่ 3 คือ แชมป์ยุโรป (นับทั้งยูโรเปี้ยน คัพและ UCL นะ ไม่ต้องแยกว่า อันนั้นชื่ออะไร อันนี้ชื่ออะไร เพราะมันคือถ้วยเดียวกันแหละ ยอมรับเสียบ้าง) ลิเวอร์พูล 6 แมนฯ ยูฯ  3 แชมป์ยูฟ่า คัพ ลิเวอร์พูล 3 แมนฯ ยูฯ 1 คัพ วินเนอร์ส คัพ ลิเวอร์พูล 0 แมนฯ ยูฯ 1 อันนี้ยอมรับว่า ไม่ค่อยได้แข่ง เพราะส่วนใหญ่ไปเล่นถ้วยใหญ่มากกว่า

ซูเปอร์ คัพ ลิเวอร์พูล 4 แมนฯ ยูฯ 1 อินเตอร์คอนทิเนนทั่ล คัพ ลิเวอร์พูล 0 แมนฯ ยูฯ  1 ฟีฟ่า คลับ เวิร์ลด์ คัพ เท่ากันทีมละ 1 ครั้ง

ไม่ได้ซิ แมนฯ ยูฯ ต้องชนะ ต้องเหนือกว่าให้ได้ งั้นเอาถ้วยการกุศล ซึ่งลิเวอร์พูลได้น้อยกว่ามารวม (ขอรวมถ้วยทรูพรีเมียร์ ลีก โทรฟี่ด้วยได้ไหม) แชริตี้ชิลด์ หรือ คอมมิวนิตี้ ชิลด์ ลิเวอร์พูล 15 แมนฯ ยูฯ 21 บทสรุปเป็น ลิเวอร์พูล 63 แมนฯ ยูฯ 66 ดังนั้น สงครามนับถ้วย ผมขอสรุปว่า แมนฯ ยูฯ ชนะ 2-1 คืออะไรที่เป็นความจริงเราต้องยอมรับ นั่นหมายถึงแมนฯ ยูฯ เก่งจริง ในยุคของเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ซึ่งประกาศตั้งแต่แรกที่คุมทีมว่า Knocked  off their perch สำนวนอังกฤษที่แปลว่า ใครก็ตามที่ตกจากเพิร์ช หมายถึงเขาคนนั้น หมดความสำคัญ ไม่ฉลาด หรือไม่เป็นที่ชื่นชมยกย่องอีกต่อไป

My greatest challenge was knocking Liverpool off their f***ing perch. ท่านเซอร์กล่าวไว้ พร้อมกำกับด้วยว่า “And you can print that” พิมพ์ออกมาในหนังสือพิมพ์ได้เลย ยุคนั้นจะอ่านข่าวได้จากที่ไหน นอกจาก print media สื่อสิ่งพิมพ์เท่านั้นแหละ ถึงวันนี้ ฟิล ธอมป์สัน อดีตกัปตันทีมที่ประสบความสำเร็จสูงสุดคนหนึ่งของลิเวอร์พูล ไม่ลืมที่จะหยิกแก้มเซอร์อเล็กซ์บ้าง

“เรากลับมาอยู่บน Perch ของเราแล้วนะ หลังจากรอมานาน ผมไม่อยากใช้คำด่าแบบที่มีใครบางคนพูดไว้ แต่เรากลับมาแล้ว กว่าจะกลับมาได้ก็นานเป็นช่วงอายุคน”

การแข่งขัน นับถ้วยใครเยอะกว่ากัน แมนฯ ยูฯ 20 สตีเว่น เจอร์ราร์ด 0( ถ้าผมจะเถียงต่อคงบอกว่า ทำไมเอาเกียรติภูมิทั้งสโมสรมาเทียบกับนักเตะเพียงคนเดียว แต่เจอร์ราร์ดอาจจะ 0 หากเทียบกับแมนฯ ยูฯ แต่เขาก็ยิ่งใหญ่ในสายตาเดอะ ค็อป โดยไม่ต้องการเกียรติยศอื่นมาเปรียบเทียบให้ระคายเคือง) มองอีกด้าน คือการยอมรับว่า อีกทีมหนึ่งยิ่งใหญ่

ไม่มีอะไรดีกว่าการยอมรับและยกย่องจากศัตรูหรือคู่แข่งอีกแล้ว ยุคนี้ก็ต้อง The one and only เป็ป กวาดิโอล่า

“ลิเวอร์พูลเล่นได้สุดมหัศจรรย์สำหรับฤดูกาลนี้ เราไม่สม่ำเสมอเท่าฤดูกาลที่แล้ว หลังจากได้ 4 แชมป์ในหนึ่งฤดูกาล เราคิดว่า เรามีเวลา เรามีเวลา แต่ลิเวอร์พูลได้แชมป์ยุโรป สร้างความมั่นใจให้พวกเขาอย่างเหลือเชื่อ ข้อเท็จจริงว่า พวกเขาไม่ได้แชมป์มา 30 ปี ทำให้พวกเขาเล่นทุกเกมเหมือนเกมสุดท้าย ต้องไม่ลืมว่า เราได้แชมป์ลีกมา 2 ปี นั่นก็มหัศจรรย์สำหรับเรา สโมสรนี้ 6 7 8 ปีที่ผ่านมา มองมุมนี้ก็ดีเหมือนกัน แล้วบอกตัวเองว่า เราไม่มีทางชนะตลอดกาล”

แฟรงค์ แลมพาร์ด เคยเล่นให้แมนฯ ซิตี้ และคงไม่ชอบลิเวอร์พูลเท่าไร แต่เกมของเชลซี-แมนฯ ซิตี้กลายเป็นเกมตัดสินแชมป์ฤดูกาลนี้ ซูเปอร์แฟรงค์บอกว่า “ผมไม่คิดว่า เกมนี้จะเป็นการตัดสินแชมป์นะ เรื่องนั้นตัดสินมาตั้งนานแล้ว จากความสม่ำเสมอและผลงานของลิเวอร์พูล ต้องยอมรับพวกเขานะ ผมยกย่องลิเวอร์พูลในความยอดเยี่ยม เหมาะสมกับการเป็นแชมป์ ผมรู้ดี กว่าจะได้แชมป์ต้องทำงานหนักแค่ไหน 3 ฤดูกาลที่ผ่านมา ลิเวอร์พูลกับซิตี้เหนือนกว่าทุกทีม นั่นเพราะการทำงานหนักของเยอร์เก้น คลอปป์และเป็ป กวาดิโอล่า เราต้องพยายามลดช่องว่างนั้น นี่คือสองทีมดีที่สุดในโลก และมันมีเหตุว่าทำไมพวกเขาอยู่ตรงนั้น”

แล้วโอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ผจก แมนฯ ยูฯ คนปัจจุบันซึ่งทีมเขาพยายามกระเสือกกระสน เพื่อเป็นอันดับ 4

ได้อันดับ 4 ก็สุขใจแล้วสำหรับแมนฯ ยูฯ ณ เวลานี้ เหมือนลิเวอร์พูลเคยเป็น โอเล่บอกว่า “ทีมไหนก็ตาม ได้แชมป์หรือพรีเมียร์ ลีก สมควรได้รับการยกย่อง การเป็นแชมป์ลีกยากมาก เยอร์เก้นและนักเตะของเขาทำได้ดีมาก ทุกครั้งที่คุณเห็นทีมอื่นชูถ้วยแชมป์พรีเมียร์ ลีก มันเจ็บปวด ผมคิดว่า ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับแมนฯ ยูฯ นักเตะ แฟนบอล เป็นแบบนี้ เราอยากกลับมาคว้าแชมป์อีก และนั่นคืองานที่ท้าทายของเรา”

เจ็ดปีแล้วนะ โอเล่ ที่แมนฯ ยูฯไม่ได้แชมป์ลีก “ความสำเร็จของเซอร์อเล็กซ์ ยากที่ใครจะเลียนแบบ หน้าที่ของเราคือ ทำอย่างไร จะไม่ต้องรอนานถึง 26 ปี จนกว่าเราจะได้แชมป์อีกครั้ง เราจะทำทุกอย่างเพื่อให้การรอคอยสั้นลง หรือแซงหน้าลิเวอร์พูลให้ได้”

เคนนี่ ดัลกลิช ผู้เคยแข่งขันกับเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ในฐานะ ผจก 2 ทีมที่ยิ่งใหญ่ของประเทศ 2 รอบ (ไม่นับแบล็คเบิร์น) บอกว่า เซอร์อเล็กซ์ติดต่อมาแสดงความยินดีในแบบยุคปัจจุบัน “ในอดีต เมื่อจบฤดูกาล ผจก ทีม โค้ชจะส่งจดหมายให้กัน แสดงความยินดี ยกย่องในความสำเร็จ เฟอร์กี้ ไบรอัน คิดด์ ไมค์ ซัมเมอร์ บี นั่นคือการยกย่องที่ยอดเยี่ยม คุณแข่งขันดุเดือด เป็นศัตรู แต่คุณต้องมีสติปัญญา ใจกว้างพอจะส่งจดหมายชื่นชมคู่แข่ง”

“ทุกวันนี้เปลี่ยนไป ซับซ้อนกว่าเดิม ข้อความในโทรศัพท์ อีเมล์ จากคนที่คุณเคยแข่งขันมาตลอดชีวิต พวกเขาอยากได้แชมป์บ้าง แต่ก็ยินดีกับความสำเร็จของเรา โดยหวังว่าจะเป็นทีของพวกเขาในครั้งต่อไป มันก็แค่การแสดงความยินดี คุณไม่ได้ทำสงครามกันนะ เราจับมือกันก่อนและหลังเกม ถูกต้อง เราต่อสู้กัน แต่ต้องมีมารยาทที่จะแสดงความยินดีและชื่นชมคนอื่นบ้าง”

นั่นแหละ ชื่นชมคนอื่นบ้าง อย่าเอาแต่ขิงอย่างเดียว

เพราะตอนนี้ หลังจาก 1149 นัด นักเตะ 239 คน ผจก 9 คน ตอนนี้ เราสามารถพูดได้อีกครั้งว่า

“ลิเวอร์พูล เอฟซี คือแชมป์ของอังกฤษ”

.

.

บทความโดย :: กิตติกร อุดมผล

ติดตามข่าวสารได้ที่ :: ข่าวฟุตบอลต่างประเทศ

บทความก่อนหน้า :: #แชมป์นัดไหนเท่านั้น