#”ป็อกบา & บรูโน่”

#”ป็อกบา & บรูโน่”

“ป็อกบา & บรูโน่”
.
.
บรูโน่ แฟร์นันด์ส หมดแรงข้าวต้มเลยทีเดียวในเกมเอฟเอ คัพ ดวลกับ นอริช ซิตี้ เห็นได้ชัดว่าในช่วงท้ายของการต่อเวลานี่แทบไม่มีแรงวิ่งแล้ว เห็นสีหน้าแววตาแล้วก็อดสงสารมิดฟิลด์เลือดฝอยทองไม่ได้เหมือนกัน

จะไม่ให้เป็นแบบนั้นได้ยังไงล่ะครับ ในเมื่อลงสนามเป็นแกนหลักให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาโดยตลอด นับตั้งแต่ย้ายมาจาก สปอร์ติ้ง ลิสบอน เมื่อช่วงตลาดหน้าหนาวที่ผ่านมา แถมทุกนัดที่ได้ลงเล่น พวกวิ่งเกินค่าเหนื่อยตลอดเลย

ไม่ว่าจะเป็นเกมเล็กเกมใหญ่ เกมลีกหรือบอลถ้วย โซลชา ต้องอาศัยความยอดเยี่ยมแห่งฝีเท้าของกองกลางรายนี้ช่วยงาน

ชอตที่ประทับใจสุดในเกมที่แคร์โรว์ โร้ด เห็นจะหนีไม่พ้นจังหวะที่ แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ หลุดตำแหน่งในพื้นที่เกมรับฝั่งขวา วิ่งไล่กวดริมเส้นซ้ายของ นอริช ไม่ทัน เป็นผลให้ บรูโน่ ที่ออกตัวมาก่อนต้องวิ่งหน้าตั้งมาเบรกเกมให้

ไม่น่าแปลกใจที่ช่วงท้ายของการต่อเวลาพิเศษ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ออกอาการแบบหมดเรี่ยวหมดแรง มีอยู่จังหวะนึงที่ได้เตะมุมแล้วเหมือนบอกให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด เล่นเองไปเลย เฮียไม่มีพลังวิ่งไปเตะให้พวกเอ็งแล้ว

นี่ก็เป็นอีกเกมที่ บรูโน่ โชว์ศักยภาพให้เห็นทั้งเกมรุกและรับ

อดีตดาวเตะ สปอร์ติ้ง ลิสบอน มีสถิติที่ยอดเยี่ยม กับการผ่านบอลในพื้นที่สุดท้ายมากสุดถึง 72 ครั้ง, สับไกมากสุดอีก 7 ครั้ง, สร้างสรรค์โอกาสทำประตูมากสุด 5 ครั้ง, เลี้ยงกินตัวสำเร็จมากสุด 3 ครั้ง และเข้าสกัดชนะ 3 ครั้ง

บรูโน่ ต้องแบก ยูไนเต็ด อยู่นานพอสมควรก่อนที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา จะส่งให้ ปอล ป็อกบา ลงมาช่วยผ่อนหนักเป็นเบา

กองกลางชาวฝรั่งเศส ช่วยลงมาเติมความผิดสร้างสรรค์ให้กับทัพ “ปีศาจแดง” ได้ดีพอสมควร จังหวะการตักบอลข้ามแนวรับเข้ากรอบเขตโทษคือทีเด็ดของเขา และจังหวะประตูชัยก็มาจากการมันสมองของ ป็อกบา นี่แหละ

แม้จะมีเวลาอยู่ในสนามเพียง 42 นาที แต่อดีตกองกลาง ยูเวนตุส สามารถเข้าไปผ่านบอลในพื้นที่สุดท้ายได้มากถึง 36 ครั้ง, สร้างโอกาสทำประตูไปอีก 4 ครั้ง, สับไกยิง 3 ครั้ง โดยเป็นการยิงเข้ากรอบ 2 ครั้ง, เข้าสกัดบอลสำเร็จอีก 3 ครั้ง

นี่คือสองมิดฟิลด์ที่เปี่ยมด้วยศัยภาพ ไม่ใช่เพียงเกมรุกอย่างเดียว หากแต่สามารถรับผิดชอบเกมรับให้กับทีมได้ด้วย

เมื่อมีทั้งสองคนอยู่ในสนาม ย่อมสามารถขู่คู่แข่งได้มากกว่า และพวกเขาก็ทำให้เห็นแล้วว่า สามารถเข้ากันได้อย่างไร้รอยต่อ

มีอีกสถิตินึงที่น่าประทับใจเลยก็คือ บรูโน่ กับ ป็อกบา ลงสนามเล่นด้วยกันไป 156 นาทีถ้วนใน 3 เกมหลังเบรกโควิด

ในช่วงเวลาดังกล่าว แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กระทุ้งตาข่ายคู่แข่งได้ถึง 5 ประตู และไม่โดนเจาะเลยแม้แต่ประตูเดียว!

.

.

บทความโดย :: ตุ้ย พันเข็ม

ติดตามข่าวสารได้ที่ :: ข่าวฟุตบอลต่างประเทศ

บทความก่อนหน้า :: “ดีนดีเดือด”