“การกลับมาของ มาติช”

“การกลับมาของ มาติช”

“การกลับมาของ มาติช”
.
.
เนมานย่า มาติช ทำท่าว่าจะกลายเป็นส่วนเกินของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังจากที่ไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนามมากนักเมื่อช่วงต้นฤดูกาล แถมยังมีข่าวแพลมออกมาอีกว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชา มีปัญหากับแข้งเซิร์บรายนี้

อดีตกองกลาง เชลซี กลายเป็นตัวเลือกรองๆต่อจากทั้ง สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ และ เฟร็ด ในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลาง ส่วนใหญ่จะได้ได้รับโอกาสลงสนามในรายการฟุตบอลถ้วยทั้งในและนอกประเทศ

ช่วงที่ แมนฯ ยูไนเต็ด นำเข้ามาซึ่ง บรูโน่ แฟร์นันด์ส ก็มีการถกเถียงกันว่า หาก ปอล ป็อกบา หายเจ็บกลับมาอีกคน ผู้เล่นในแผนกมิดฟิลด์คนไหนกันที่จะต้องหลุดไปเป็นสำรอง ซึ่งส่วนใหญ่มองไปที่ มาติช นั่นแหละ

กลับกลายเป็นว่า หลังเบรกโควิดกลับมาแล้วได้ ป็อกบา กลับมาร่วมเล่นเป็นตัวหลักกับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส แล้ว เนมานย่า มาติช กลายเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางตัวยืน ที่ได้ลงสนามเคียงข้างกับ ปอล ป็อกบา ในระบบ 4-2-3-1

มาติช เริ่มต้นจากการเป็นสำรองในเกมพรีเมียร์ลีก ที่เสมอกับ สเปอร์ส 1-1 จากนั้นก็ได้เป็นตัวจริงทั้งสองเกมต่อมา ซึ่งทั้งสองเกมดังกล่าว แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โชว์ฟอร์มได้ไฉไลเฉียบขาดเป็นบ้า

ในนัดที่เปิดโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ถล่ม เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ไปแบบราบคาบ 3-0 มาติช มีสถิติส่วนตัวที่สุดยอดไปเลย กับการวางบอลยาวสำเร็จ 100 เปอร์เซนต์, ผ่านบอลเข้าเป้า 93 จาก 98 ครั้ง, ชิงบอลคืนได้ 8 ครั้ง

และที่น่าทึ่งที่สุดคือไม่เสียฟาวล์เลยสักครั้งเดียว

ต่อมาในเกมไปเยือน ไบรท์ตัน ซึ่งนั่นคือชัยชนะในการไปเหยียบสนามแห่งนี้หนแรกนับตั้งแต่ปี 1982 มาติช โชว์ฟอร์มในการเอาชนะดวลตัวต่อตัวได้ทั้ง 100 เปอร์เซนต์, ได้สัมผัสบอลไป 99 ครั้ง, ดักบอลได้ 93 เปอร์เซนต์, ผ่านบอลขึ้นหน้า 28 ครั้ง, ชิงบอลคืนมาได้ 6 ครั้ง โดยทุกสถิตินี่คือเบอร์หนึ่งของสนาม

แถมยังผ่านบอลเข้าเป้าทั้งหมด 81 ครั้ง มากสุดเป็นอันดับ 2

เท่านั้นยังไม่พอ มีอีกสถิติที่ช่วยยืนยันว่า มาติช สมควรที่จะได้เป็นตัวจริงให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่อไป นั่นคือการช่วยทีมเก็บไป 5 คลีนชีต จากการออกสตาร์ต 6 นัดหลังสุดในพรีเมียร์ลีก โดยช่วงเวลาดังกล่าวเสียไปเพียงประตูเดียว

นี่คือการให้ปากคำของ มาติช ถึงฟอร์มการเล่นที่กลับมากระฉุดเหมือนวัยหนุ่มอีกครั้งในช่วงเวลานี้…

“ผมเล่นฟุตบอลมานานมากแล้ว และกับสถานการณ์แบบนี้มันเป็นเรื่องปกติที่บางครั้งก็ไม่ได้ลงสนาม และโค้ชก็ไม่ได้มองคุณเป็นทางเลือกแรก คุณอาจจะรับมันได้หรืออาจจะไม่ แต่สิ่งที่คุณต้องทำคือแสดงออกถึงความเป็นมืออาชีพ”

“คุณต้องทำงานหนัก รอโอกาส และใช้มันให้คุ้มค่า นั่นคือสิ่งที่ผมทำ”

“ตอนนี้สถานการณ์แตกต่างไปแล้ว โค้ชไว้ใจผมมากขึ้น ผมคือนักรบ และผมก็รอคำสั่งจากทีมโค้ชของผม”

“ด้วยความสัตย์ เมื่อไม่ได้ลงสนาม ผมคิดถึงทุกสิ่งอย่าง แต่ในหัวผมพยายามคิดในแง่บวก ผมเชื่อมั่นในคุณภาพของตัวเองเสมอ และถ้าผมยิ่งทำงานหนัก ก็ยิ่งมั่นใจมากขึ้นว่าเดี๋ยวโอกาสก็จะต้องมาถึงอีกครั้ง”

.

.

บทความโดย :: ตุ้ย พันเข็ม

ติดตามข่าวสารได้ที่ :: ข่าวฟุตบอลต่างประเทศ

บทความก่อนหน้า :: “เด เคอา น่าเป็นห่วง”