งานฉลองที่น่าจดจำ กำลังจะถึงวันที่ทุกคนรอคอยอีกวันหนึ่ง

งานฉลองที่น่าจดจำ กำลังจะถึงวันที่ทุกคนรอคอยอีกวันหนึ่ง

งานฉลองที่น่าจดจำ กำลังจะถึงวันที่ทุกคนรอคอยอีกวันหนึ่ง

หลังจบเกมกับเชลซีคืนวันพุธนี้ เดอะค็อปทั่วโลกคงเฝ้ารอชมงานฉลองที่ห่างหายไป 30 ปี

พิธีมอบถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีก

งานฉลองที่น่าจดจำ กำลังจะถึงวันที่ทุกคนรอคอยอีกวันหนึ่ง

 

หลายคนเกิดไม่ทันการรับแชมป์ครั้งล่าสุดของทีมหงส์แดงเมื่อปี 1990 และเอาเข้าจริงกระทั่งคนที่เกิดทันและรู้ความแล้ว รู้ตัวว่าเชียร์ลิเวอร์พูลก็อาจจะยังนึกไม่ออกเหมือนกันว่าพิธีรับถ้วยแชมป์ครั้งนั้นเป็นอย่างไร อารมณ์ประมาณไหน

อันที่จริงเอาความรู้สึกเมื่อ 30 ปีก่อนมาเปรียบเทียบกับครั้งนี้อาจจะไม่ใช่ภาพเดียวกันเท่าไหร่นัก ความดีใจและภูมิใจไม่ผิดกันหรอกแต่ความตื่นเต้นเร้าใจนั้นแตกต่าง

พิธีมอบถ้วยแชมป์ดิวิชั่นหนึ่งเดิมในครั้งนั้นมีขึ้นหลังจบเกมนัดรองสุดท้ายที่ลิเวอร์พูลเอาชนะดาร์บี้ เคาน์ตี้ 1-0 ที่แอนฟิลด์

มันเกิดขึ้น 3 วันหลังจากทีมหงส์แดงการันตีแชมป์แน่นอนในชัยชนะเหนือควีนส์พาร์ค เรนเจอร์ส 2-1 ต่อหน้ากองเชียร์ของตัวเอง

พิธีการเรียบง่าย อลัน แฮนเซ่น กัปตันทีมเดินนำหน้าไปคนเดียว รับถ้วยแชมป์แล้วชูขึ้นเหนือศีรษะ เสียงผู้บรรยายพูด “Alan Hansen. The League Championship winner foe the eighth time. The fantastic record.”

ง่ายๆ แค่นั้น ไม่มีพลุไฟอลังการหรือเศษกระดาษสีแดงปลิวว่อน ลิเวอร์พูลเป็นแชมป์ลีกสมัยที่ 18 เป็นแชมป์นู่นนี่นั่นจนขี้เกียจนับ อารมณ์ยินดีสำหรับเดอะค็อปในวันนั้นคือการแก้ตัวกระชากแชมป์คืนมาอยู่ในอ้อมอกหลังจากเสียแชมป์ให้อาร์เซน่อลในวันสุดท้ายหนึ่งปีก่อนหน้า

มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ ไม่ได้มีการรอคอยอะไร แค่ยินดีที่กลับมาเป็นแชมป์อีกครั้ง ได้ยืดอกว่าข้ากลับมาเป็นที่หนึ่งอีกแล้วเห็นหรือยัง ตลอดทศวรรษที่ 80 นั่นหงส์แดงกวาดแชมป์จนเบื่อ กว้านในประเทศจนอิ่มแล้วก็ยังออกมาโกยนอกประเทศ ถ้าไม่ติดโทษแบน 6 ปีจากยูฟ่าในคดีเฮย์เซลเสียก่อนสถิติแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพอาจไม่ได้อยู่แค่นี้

ชูถ้วยแชมป์ปีนี้แล้วถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดปีหน้าก็คงจะได้ชูอีก ถ้าไม่ได้ชูก็ผ่านไปอีกสักปีเดี๋ยวก็วนกลับมาให้ดื่มด่ำกันอีก ความมั่นใจในตอนนั้นเป็นอย่างนั้นจริงๆ

ผิดจากคราวนี้

30 ปีเป็นเวลานานพอที่จะบ่มความรู้สึกให้ระเบิดออกมา เสียดายอยู่นิดตรงที่ว่ามันเป็นสถานการณ์ที่โลกไม่ปกติจากภัยโควิด-19 ไม่อย่างนั้นการเฉลิมฉลองของเดอะค็อปทั้งที่อังกฤษและทั่วโลกคงเหมือนภูเขาไฟระเบิดครั้งใหญ่

ในวันฉลองแชมป์อย่างเป็นทางการคืนวันพุธนี้เดอะค็อปคงจะเฝ้ารอดูด้วยความรู้สึกที่แตกต่าง แฟนบอลรุ่นใหม่ที่โตไม่ทันแชมป์ลีกหนล่าสุด 1989/90 ก็คงตื่นเต้นแบบหนึ่งด้วยมันเป็นครั้งแรกที่พวกเขาจะได้สัมผัสกับประสบการณ์ฉลองแชมป์ลีก แฟนบอลรุ่นกลางและรุ่นเก่าที่คุ้นเคยกับความสำเร็จเก่าก่อนก็อาจจะมองมันอีกความรู้สึกหนึ่ง

เหมือนชื่นชมอดีต ได้ย้อนเวลากลับไปในวันที่ยังเป็นเด็ก เป็นหนุ่มเป็นสาว เป็นวัยรุ่น

เราจะรอดูงานฉลองที่จัดขึ้นบนอัฒจันทร์ The Kop End ด้วยกัน

การเลือกอัฒจันทร์ฝั่งนี้เป็นจุดพิธีการพร้อมเชิญ เซอร์เคนนี่ ดัลกลิช มาเป็นผู้มอบเหรียญรางวัลและถ้วยแชมป์นับเป็นความใส่ใจที่น่าชื่นชมของพรีเมียร์ลีก

เพราะมันไม่ใช่เพียงแค่การชูถ้วยแชมป์ธรรมดา หากสำหรับลิเวอร์พูลแล้วมันคือการบอกเล่าเรื่องราวของพวกเขาตลอดเวลา 3 ทศวรรษแห่งการรอคอย

ผ่านร้อน ผ่านหนาว ผ่านความยินดีปรีดาและน้ำตาที่หลั่งไหล ไม่ได้บอกว่านี่คือพิธีการมอบแชมป์ที่พิเศษกว่าใคร แต่มันพิเศษสำหรับทุกคนที่เกี่ยวข้องกับลิเวอร์พูล

มีเพียงเรา.. ในวันนั้นและวินาทีนั้น มีแต่เพียงพวกเราที่จะได้ล่องลอยไปกับความฝันที่เป็นจริง

ไม่มีแฟนบอลเต็มสนาม.. แต่ในจินตนาการของทุกคนชัดเจน เราล้อมรอบพวกคุณอยู่ ส่งเสียงไชโยโห่ร้องแห่งความสุขไปให้ ในวินาทีที่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน รับมอบถ้วยแล้วซอยเท้า (กัปตันเจ็บเข่าจะซอยเท้าไหวหรือเปล่า) แล้วชูโทรฟี่พรีเมียร์ลีกขึ้นเหนือศีรษะ

เป็นภาพที่แตกต่างไปจากการชูถ้วยในสนามของ อลัน แฮนเซ่น เมื่อ 30 ปีก่อน แต่ความปลาบปลื้มล้นปรี่

ยิ่งฝ่ายพิธีการเลือกเซอร์เคนนี่มาเป็นผู้ืมอบรางวัลแห่งเกียรติยศให้นักเตะรุ่นหลานก็ยิ่งน่ายินดี ด้วยเหมือนคิงเคนนี่ได้ส่งมอบภารกิจที่รอผู้สืบทอดมานานออกไปจากบ่าได้เสียที หลังจากนี้เขาคงจะได้พักผ่อนนั่งดูฟุตบอลอย่างสบายอารมณ์ ไม่มีอะไรติดค้างเป็นปมในใจอีกต่อไปแล้ว

เพราะเขามีคนสืบทอดแชมป์จากสมัยที่ 18 เป็นสมัยที่ 19 แล้ว.. รอมานาน 30 ปีสุดท้ายมันก็เกิดขึ้นจริงๆ

แฟนบอลลิเวอร์พูลได้รับการร้องขอจากสโมสรให้ร่วมฉลองอยู่ที่บ้าน ไม่ต้องออกมารวมตัวกันหน้าสนามหรือที่อื่นใดอย่างภาพที่ได้เห็นในวันที่แต้มขาดลอยคว้าแชมป์แน่นอน

ภารกิจอันยิ่งใหญ่ย่อมมาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่เช่นเดียวกัน บอกไม่ได้เลยว่าแฟนบอลลิเวอร์พูลจะต้านทานไฟปรารถนาแห่งการเฉลิมฉลองได้ไหม อยากออกไปร่วมยินดี อยากตะโกนแหกปากให้ก้องลำน้ำเมอร์ซี่ย์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องเข้าใจและสำนึกตัวอยู่เสมอว่าในเมืองลิเวอร์พูลไม่ได้มีแค่พวกเขา หากยังมีแฟนบอลเอฟเวอร์ตัน ทรานเมียร์ แฟนบอลทีมอื่นๆ และคนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับสโมสรอีกมาก

สังคมที่อยู่ร่วมกัน ต้องรับผิดชอบกัน

แม้จะเป็นพิธีการฉลองแชมป์ที่บางคนอาจจะบอกว่ากร่อยไปหน่อยเพราะไม่มีคนในสนาม ไม่ได้งานแห่ฉลองรอบเมืองยิ่งใหญ่ ไม่มีการรวมตัวของคนหมู่มากตะบี้ตะบันร้องเพลงจนคอแตก

แต่มันสำคัญขนาดนั้นเลยเหรือ.. ไม่เลย มีเรื่องที่สำคัญกว่าฟุตบอลและงานฉลอง ก็ความปลอดภัยของชีวิตนั่นยังไง

ถ้ามองแบบนี้มันก็ไม่ใช่เรื่องน่าเสียดายอะไรสักนิด เราไม่ได้ฉลองสุดเหวี่ยงเพราะต้องรับผิดชอบต่อสังคม วางเรื่องส่วนตัวไว้เพื่อส่วนรวม นี่คือพิธีการมอบแชมป์และฉลองแชมป์ที่น่าจดจำที่สุดเลย

 

 

บทความโดย  :: ป้าพล็อต

อ่านข่าวฟุตบอลต่างประเทศ :: ข่าวฟุตบอลวันนี้

บทความฟุตบอล :: บทความฟุตบอลก่อนหน้านี้

เว็บดูบอลออนไลน์ :: ดูบอลออนไลน์ฟรี