เติมจุดที่ขาด

เติมจุดที่ขาด

ลิเวอร์พูลเติมผู้เล่นในตำแหน่งที่หลายคนคิดจริงๆ

เพราะแบ๊กซ้ายคือตำแหน่งที่ขาดตัวตายตัวแทนอย่างชัดเจนที่สุด

ลิเวอร์พูลเติมผู้เล่นในตำแหน่งที่หลายคนคิดจริงๆ

 

ลิเวอร์พูลคือทีมที่ถ้าว่ากันเฉพาะ 11 ผู้เล่นตัวจริงพวกเขาไม่กลัวใครเลย นี่คือทีมชุดที่ไล่กวาดแชมป์อย่างยิ่งใหญ่ตลอด 2 ฤดูกาลที่ผ่านมา

อลีสซง เบ็คเกอร์ เฝ้าเสา เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ กับ โจ โกเมซ คู่เซนเตอร์แบ๊ก เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แบ๊กขวา แอนดี้ โรเบิร์ตสัน แบ๊กซ้าย

ฟาบินโญ่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม คุมกลาง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ซาดิโอ มาเน่ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ สามตัวรุก

สิบเอ็ดคนแรกชุดที่เดอะค็อปหลับตาก็ไล่ชื่อได้สบายๆ นี้เป็นแกนสำคัญในการตะลุยคว้า 196 คะแนนในลีก คว้าแชมป์ยุโรป คว้าแชมป์โลก คว้าแชมป์ซูเปอร์คัพ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก หรือย้อนกลับขึ้นไปอีกปีก็เข้าชิงเจ้ายุโรปกับเรอัล มาดริด

แต่ปัญหาที่เห็นชัดเจนคือตัวสำรองของทั้ง 11 ตำแหน่ง ไม่มีใครทำหน้าที่ได้ดีจะน่าวางใจเลยจนกระทั่ง นาบี เกอิต้า ช่วง 6-7 เกมสุดท้ายของฤดูกาล 2019/20

แล้วมันก็มีแค่เกอิต้าคนเดียวเท่านั้นด้วยที่พอจะทดแทนนักเตะตัวหลักได้ ตัวสำรองคนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น อเล็กซ์ อ๊อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ทาคุมิ มินามิโนะ หรือ ดิว็อก โอริกี้ ยังห่างไกลจากมาตรฐานที่เหล่าตัวจริงทำไว้ เจมส์ มิลเนอร์ กับ โฌแอล มาติป ก็แค่ประคองตัวไม่มีความดีความชอบมากนัก เซอร์ดาน ชากิรี่ ก็ไม่เคยสมบูรณ์เต็มร้อยสักที

เนโก้ วิลเลียมส์ เคอร์ติส โจนส์ ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ ก็ยังได้ชื่อว่าเป็นนักเตะดาวรุ่ง มีประสบการณ์กับทีมชุดใหญ่ก็จริงทว่ายังไม่อยู่ในระดับทดแทนได้ราบรื่นเช่นกัน

หากแต่ละตำแหน่งก็ยังมีคนที่พอจะเล่นทดแทนได้ แม้จะไม่เนี้ยบนักแต่ก็พอมองเห็น ประตูมีอาเดรียน แบ๊กขวามีวิลเลียมส์ เซนเตอร์แบ๊กมีมาติป กองกลางมีเกอิต้า อ๊อกซ์เลด และโจนส์ กองหน้ามีโอริกี้ ชากิรี่ และมินามิโนะ

แบ๊กซ้ายไม่มีใครเลย มิลเนอร์ที่เคยเล่นได้ก็ไม่ใช่คนที่จะไปยืนตรงนั้นแล้วเล่นได้ตามที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ต้องการร้อยเปอร์เซนต์อีกแล้ว โยกเทรนท์ โจ โกเมซ หรือ วิลเลียมส์ ไปเล่นก็ได้ผลไม่น่าพอใจ หรือมองไปในทีมเด็ก อดัม ลูอิส เจ็บไปนาน ยาสเซอร์ ลาร์อูชี่ มีของแต่ยังต้องพัฒนาอีกมาก

มันจึงเป็นการเสริมทีมที่คาดการณ์ได้ เพียงแต่ฤดูกาลที่ผ่านมาทำให้เดอะค็อปไม่กล้าฟันธงหรือวิจารณ์การซื้อตัวผู้เล่นของคล็อปป์และทีมงานมากเพราะบ่นไปเยอะเรื่องไม่ซื้อใครเสริม แต่สุดท้ายทีมชุดที่ไม่ซื้อเสริมนี่แหละเสกแชมป์ลีกสูงสุดที่รอคอยมา 30 ปีให้ทุกคนได้สำเร็จ

หลังจากนี้ยังมีเรื่องที่น่าติดตามต่อไปในตลาดนักเตะของลิเวอร์พูล เพราะเงื่อนไขฤดูกาลนี้กับฤดูกาลที่แล้วนั้นต่างกัน ในซีซั่นป้องกันแชมป์ขุมกำลังของลิเวอร์พูลยวบลงจากการย้ายออกของ อดัม ลัลลาน่า และ เดยัน ลอฟเรน ขณะที่คนอื่นๆ ที่เหลือยังไม่แน่ว่าจะอยู่หรือไปทั้ง โอริกี้ และ ชากิรี่ ซึ่งสองคนนี้อยู่ในข่ายถูกขายออกจากทีมด้วยเนื่องจากได้รับโอกาสแล้วฉกฉวยไม่ได้จึงน่าจะถึงเวลาแยกทาง

ที่ว่าผิดไปจากฤดูกาลที่แล้วก็เพราะนักเตะชุดสองของทีมไม่ได้อยู่ในข่ายทดลองใช้งานอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยเลย เกอิต้า ชากิรี่ และ อ๊อกซ์ เจ็บยาวเพิ่งจะกลับมาสมบูรณ์ นักเตะกลุ่มนี้ในสายตาของคล็อปป์จึงถือเป็นนักเตะใหม่ที่ยังไม่ได้ทดลองมันจึงคงไม่ยุติธรรมนักถ้าจะด่วนตัดสินว่าพวกเขาไม่คู่ควรกับทีม

ทว่าเมื่อผ่านฤดูกาล 2019/20 มาแล้วนักเตะกลุ่มนี้ถูกทดสอบชัดเจน อาจจะเว้นแค่ชากิรี่ที่ยังสลัดปัญหาเรื่องความฟิตไม่ได้ และหงส์แดงในฤดูกาลป้องกันแชมป์ก็จะเป็นภาพที่แตกต่างออกไปจากฤดูกาลล่าแชมป์

คล็อปป์เสริมจุดที่ขาดด้วยตำแหน่งแบ๊กซ้ายสำรองแล้ว กระแสข่าวเวลานี้ตีหนักมากว่ามันจะไปลงเอยที่ คอสตาส ซิมิคาส แบ๊กซ้ายทีมชาติกรีซของโอลิมเปียกอส ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดคงได้เปิดตัวชูเสื้อในเร็วๆ นี้

ตัดปัญหาเรื่องเจรจากับนอริช ซิตี้ สำหรับ จามาล ลูอิส ไป ตัดความเป็นไปได้สำหรับแบ๊กซ้ายคนอื่นๆ ในตลาดที่เป็นข่าวในรั้วแอนฟิลด์ออกไป หลังจากที่ฝุ่นตลบเริ่มจางลงแล้วเราก็มองเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้น

ซิมิคาสจะเข้ามาเป็นแบ๊กอัพให้โรเบิร์ตสัน และในอันที่จริงเขาคงไม่เพียงมาเพื่อเป็นตัวสำรองเท่านั้นแน่ ดีกรีทีมชาติกรีซและขุนพลของทีมหมายเลขหนึ่งแห่งลีกเทพนิยาย เขาย่อมต้องหวังถึงการแย่งตำแหน่งตัวจริงจากร็อบโบ้

เป็นไมนด์เซ็ตพื้นฐานของมืออาชีพอยู่แล้ว แบ๊กซ้ายดีกรีทีมชาติอายุแค่ 24 ปีคงไม่หวังแค่มานั่งสำรองตลอดไปหรอก เพราะฉะนั้นสภาวะทางด้านซ้ายของลิเวอร์พูลจะคึกคักขึ้นอีกมากเลยจากการเข้ามาของ “แบ๊กอัพ” คนใหม่คนนี้

สำหรับตำแหน่งอื่นๆ ที่ยังพอจะมองเห็น คงเป็นเซนเตอร์แบ๊กเบอร์ 4 ที่จะเข้ามาอุดช่องว่างของลอฟเรน แน่นอนมีชื่อของนักเตะหลายคนในข่ายทั้ง ดีเอโก้ การ์ลอส อิสซ่า มานดี้ เบน ไวท์ หรือใครต่อใคร แต่คนที่คล็อปป์และทีมงานจับจ้องจริงๆ อาจเป็นชื่ออื่นที่ไม่เคยเป็นข่าวก็ได้

เหมือนกรณีของซิมิคาสที่โผล่มาอยู่ในเฟรมข่าวแค่ไม่กี่วันก็ทำท่าจะลงเอยกันเลย ตำแหน่งเซนเตอร์แบ๊กเบอร์สี่ก็อาจเป็นแบบนั้น

อย่างไรก็ตามขึ้นชื่อว่าเบอร์สี่ บางทีอาจจะไม่ใช่นักเตะใหม่ก็ได้ เด็กดาวรุ่งอย่าง เซปป์ ฟาน เดน เบิร์ก คียาน่า ฮูแฟร์ หรือ แนต ฟิลลิปส์ ต่างก็เป็นเซนเตอร์แบ๊กหรือคนอื่นๆ ในทีมชุดยู-23 อย่าง รีส วิลเลียมส์ เรมี่ ซาเวจ ทอม เคลย์ตัน มอร์แกน บอยส์ ก็มีบทบาทเป็นกองหลังตัวกลางทั้งนั้น

เพียงแต่ถ้านักเตะกลุ่มนี้อยู่ในแผนการใช้งานในทีมชุดใหญ่จริงๆ แล้ว คล็อปป์คงต้องดึงขึ้นมาทดลองเล่นในช่วง 7 เกมสุดท้ายของฤดูกาลที่ผ่านมาแล้วเหมือนที่ให้โอกาส วิลเลียมส์ โจนส์ และ เอลเลียตต์ เพราะฉะนั้นมันน่าจะหมายความว่าตามสายตาของกุนซือเยอรมัน เซนเตอร์ดาวรุ่งในทีมยู-23 ยังไม่มีใครเติบโตพอที่จะเล่นในทีมชุดใหญ่ได้

เราจึงอาจจะได้เห็นกองหลังตัวกลางคนใหม่อีกสักคนที่ไม่ใช่บิ๊กเนมหรืออาจเข้าขั้นโนเนม ส่วนตัวรุกการตอบโจทย์ของเกอิต้าในช่วงปลายซีซั่นทำให้สถานการณ์คลี่คลายไปเยอะ ติอาโก้ อัลกานตาร่า ที่หลายคนเชียร์อาจไม่ได้เข้าสู่แอนฟิลด์ก็ได้

ดูเผินๆ ก็เหมือนขาด แต่ในมือของคล็อปป์ถ้าเขามองว่าไม่ขาด ก็ต้องเชื่อเขา ก็ทีมที่ดูเผินๆ เหมือนขาดนี่ไม่ใช่หรือที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกด้วยคะแนน 99 แต้ม ทิ้งอันดับสองขาดลอย 18 คะแนน ยุติการรอคอยอันยาวนานของเดอะค็อปทั้งปวงได้สำเร็จ

 

 

บทความโดย  :: ป้าพล็อต

อ่านข่าวฟุตบอลต่างประเทศ :: ข่าวฟุตบอลวันนี้

บทความฟุตบอล :: บทความฟุตบอลก่อนหน้านี้

เว็บดูบอลออนไลน์ :: ดูบอลออนไลน์ฟรี