ควรกังวลไหม

ควรกังวลไหม

แฟนบอลลิเวอร์พูลไม่น้อยกังวลกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับทีม

ผลงานช่วงอุ่นเครื่องไม่ดีเท่าไหร่ ชนะสตุ๊ตการ์ท 3-0 ก่อนไล่ตีเสมอ เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ด้วยตัวสำรอง รีอาน บริวสเตอร์

แฟนบอลลิเวอร์พูลไม่น้อยกังวลกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับทีม

 

ตลาดนักเตะเงียบเชียบได้มาแค่คนเดียว แม้ คอสตาส ซิมิกาส จะมีดีกรีถึงทีมชาติกรีซแต่ก็ไม่ใช่บิ๊กเนม บทบาทเบื้องต้นก็เป็นแค่อะไหล่ไม่ใช่คนที่จะมาแย่งพื้นที่ตัวจริง และถัดจากแบ๊กซ้ายโอลิมเปียกอสแล้วก็นิ่งสนิทไม่มีใครเข้ามาใหม่อีกทั้งๆ ที่เป็นข่าวเชื่อมโยงต่อเนื่องโดยเฉพาะรายของ ติอาโก้ อัลกันตาร่า

ข่าวกับมิดฟิลด์ทีมชาติสเปนสัญชาติบราซิลที่เพิ่งคว้าทริปเปิลแชมป์กับ บาเยิร์น มิวนิค แรงมาหลายสัปดาห์แล้วตั้งแต่ก่อนฟุตบอลสโมสรยุโรปกลับมาเคลียร์รอบน็อกเอ๊าต์ที่เหลือด้วยซ้ำ

สุดท้ายบาเยิร์นก้าวไปเป็นแชมป์ในที่สุด ข่าว ติอาโก้ กับ ลิเวอร์พูล ก็ยังค้างคาอยู่ตรงนั้น เอาล่ะมันเป็นไปได้ที่เมื่อรอบน็อกเอ๊าต์กลับมาเตะ ความคืบหน้าของดีลต่างๆ ที่คุยกันอยู่ก็ต้องหยุดชั่วคราวนัยว่าเพื่อให้นักเตะมีสมาธิเต็มที่กับการล่าแชมป์ ทว่านัดชิงแชมเปี้ยนส์ ลีกที่ลิสบอนผ่านไปเกินสัปดาห์แล้วยังไม่มีความคืบหน้าอะไรเพิ่มเติมเลย

เงียบ นิ่ง เหมือนคนนั่งไขว่ห้างอยู่เฉยๆ ดูทีวีสบายใจเฉิบ

แฟนบอลลิเวอร์พูลก็เลยไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่ ด้วยความรู้สึกมันอัดอั้นมาตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้วที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ และทีมงานไม่ลงตลาดเลยช่วงซัมเมอร์ ปล่อยให้ฝันค้างกันไปหลายคนกับนักเตะคนนั้นคนนี้คนนู้นที่ตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับถิ่นแอนฟิลด์

– แชมป์ยุโรปไม่ซื้อใครเลย ประมาทไปไหม มั่นใจเกินไปหรือเปล่า – คำถามนี้คล็อปป์ตอบไปเรียบร้อยแล้ว ตอบอย่างหมดจดด้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกพร้อมคะแนนทิ้งห่างรองแชมป์ 18 แต้ม

แน่นอนแฟนบอลที่เข้าใจสถานการณ์และแนวทางการทำงานของฝ่ายบริหารรวมทั้งคล็อปป์ย่อมมีมากขึ้น ก็เพราะผลงานที่จับต้องได้ขนาดนั้น แชมป์ลีกสูงสุดที่เดอะค็อปรอคอยมา 30 ปีเกิดขึ้นจริงบนเสียงบ่นเสียงด่าเสียงวิจารณ์ที่ “ไม่ซื้อใคร” นั่นแหละ

หากที่แน่นอนอีกเช่นกันก็คือเสียงบ่นนั้นกลับมาด้วยคำถามเดิมที่คนถามเชื่อว่ามันหนักแน่นกว่าเดิม

– แชมป์พรีเมียร์ลีกไม่ซื้อใครเลยหรือ ประมาทไปมั้ย ทำไมมั่นใจขนาดนี้ – คล็อปป์และทีมงานของเขาถูกบ่นใส่อีกแล้ว บางคนก็บ่นแรงๆ เฉียดๆ ด่า ข้ามขั้นไปถึงหยันน้ำหน้าว่าถ้าคิดได้แค่นี้อย่าหวังจะป้องกันแชมป์ไปนั่นเลย

ถามว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงไหมก็ต้องถามกลับว่าแล้วเชื่อจริงๆ หรือว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ กับฝ่ายบริหารประมาทขนาดนั้น

เรื่องบางเรื่องคุณทำได้เพียงแค่ทำมันให้ดีที่สุดเท่านั้น แล้วก็ต้องไม่ลืมว่าเรื่องเหล่านั้นมีกรอบจำกัดอยู่มากมาย

หากเป็นในสถานการณ์ปกติ ตลาดซื้อขายของลิเวอร์พูลในภารกิจป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีกอาจเป็นอีกอย่าง เราอาจจะได้เห็นนักเตะใหม่เข้าสู่ทีมมากกว่าซิมิกาสคนเดียวก็ได้ (หรืออาจจะไม่เห็นก็ได้)

กรอบที่ชื่อว่า โควิด-19 นั้นหลายคนยังไม่เข้าใจว่ามันร้ายแรงจริงๆ การที่ธุรกิจทุกอย่างหยุดนิ่งไปตั้งแต่เดือนมีนาคม เงินเข้าไม่มีเลยมีแต่ไหลออก เงินเดือนนักฟุตบอลที่เกินกว่าครึ่งของรายจ่ายทั้งหมดก็ยังต้องจ่ายตามปกติ แต่ไม่มีรายได้เข้ามาหมุนเวียนเลย

การด่าเพราะไม่รู้นั้นไม่เป็นไร แต่การด่าทั้งๆ ที่รู้ข้อจำกัดหรือกรอบที่ถูกครอบไว้อยู่นั้นต่างหากที่น่าผิดหวัง

ไม่ต้องเปรียบเทียบกับทีมอื่นที่ควักเงินซื้อนักเตะเพิ่มเอิกเกริก คนละทีม คนละสโมสร คนละเงื่อนไข แต่ละทีมมีการตัดสินใจไม่เหมือนกัน มีวิธีคิดแตกต่างกัน วัฒนธรรมการทำงานคนละอย่างกัน ยังไม่รวมถึงสภาวะความพร้อมทางการเงิน การบัญชี การรับมือกับความเสี่ยงที่ไม่เหมือนกันอีก

ลิเวอร์พูลกับข่าวลือเป็นของคู่กัน มันเกิดขึ้นเป็นปกติกับสโมสรใหญ่ๆ ทีมใหญ่ๆ ที่แฟนบอลเยอะ เพราะข่าวขายได้ แฟนบอลสนใจ

ตำแหน่งกองหลังมีชื่อ จามาล ลูอิส ดีเอโก้ การ์ลอส เบน ไวท์ ไอส์ซ่า มานดี้ ลอยด์ เคลลี่ โอซาน คาบัค

ตำแหน่งกองกลางมีชื่อ เดวิด บรู๊คส์ อดาม่า ตราโอเร่ ไค ฮาแวร์ตซ์ ฟิลิเป้ คูตินโญ่ วิลเลียน ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ เวสตัน แม็คเคนนี่

ตำแหน่งกองหน้ามีชื่อ อิสไมล่า ซาร์ “นิวเนย์มาร์” ทัลเลส มาโญ่ วิคเตอร์ โอซิมเฮน ติโม แวร์เนอร์

กระทั่งตำแหน่งผู้รักษาประตูก็ยังมีชื่อ ฆาบี เซนดอน นายทวารดาวรุ่งที่มาร่วมซ้อมกับทีมในการเก็บตัวที่ออสเตรีย หรือนักเตะโนเนมที่ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนอย่าง มาเตอุสซ์ มูเซียลอฟสกี้ ปีกวัย 16 ปีชาวโปแลนด์ หรือ ริคาร์โด้ ฟาน เดอร์ ลาน นายประตูวัย 17 จากเบเลเนนเซส

ในจำนวนนี้บางคนก็เงียบหายไป บางคนย้ายไปทีมอื่น หรือก็มีบางคนเหมือนกันที่ได้เซ็นเข้าทีมจริงๆ อย่าง มูเซียลอฟสกี้ ที่ยิ้มร่าเปิดตัวในชุดหงส์แดงเมื่อปลายเดือนที่แล้ว

มันก็เป็นอย่างนี้ ตลาดซื้อขายมีทั้งในสถานการณ์ปกติและสถานการณ์ที่ไม่ปกติ แต่สิ่งที่แฟนบอลควรจะเข้าใจคือวัฒนธรรมการทำงานของทีมรักตัวเอง เข้าใจว่าทีมของเราเป็นอย่างไร มีวิธีคิดแบบไหน ที่สำคัญคือแล้วผลลัพธ์ออกมาเป็นอย่างไร

ถ้ารู้สึกว่าดำเนินการแย่ วิธีคิดไม่เข้าท่า แล้วผลลัพธ์ออกมาเละเทะก็ด่าไปเถอะ ด่าให้เต็มที่ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเห็นๆ กันอยู่

แต่ถ้ารู้สึกว่าวัฒนธรรมแบบนี้ไม่ดี เดินเกมไม่ได้เรื่อง แนวคิดแปลกๆ แต่ผลลัพธ์ออกมาเป็นรองแชมป์ลีกคัพ เป็นรองแชมป์ยุโรป เป็นรองแชมป์พรีเมียร์ลีก เป็นแชมป์ยุโรป เป็นแชมป์โลก เป็นแชมป์ซูเปอร์คัพ เป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก พร้อมยกระดับทีมขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งของวงการภายในเวลาแค่ 5 ปี คนที่คิดจะด่าก็ควรหยุดสักนิด แล้วไตร่ตรองดูสักหน่อยว่าที่จริงแล้ววิธีการที่สโมสรทำมันก็ไม่เลวเลยนี่หว่า

ผลลัพธ์ของแนวทางแบบลิเวอร์พูล.. ก็เป็นอย่างที่เห็น 5 ปีในยุค เจอร์เก้น คล็อปป์ ลิเวอร์พูลเติบโตอย่างก้าวกระโดดทั้งเรื่องในสนามและนอกสนาม

ไม่มีใครไม่อยากประสบความสำเร็จหรอก เพียงแต่ความสำเร็จนั้นต้องยั่งยืน มาจากการคิดอย่างฉลาด ไม่วู่วามโวยวาย ไม่ตื่นตระหนก เข้าใจสถานการณ์ รู้จักอดทนและรอคอย

 

 

บทความโดย  :: ป้าพล็อต

อ่านข่าวฟุตบอลต่างประเทศ :: ข่าวฟุตบอลวันนี้

บทความฟุตบอล :: บทความฟุตบอลก่อนหน้านี้

เว็บดูบอลออนไลน์ :: ดูบอลออนไลน์ฟรี