ปัญหาที่ท้าทาย

ปัญหาที่ท้าทาย

ลิเวอร์พูลเจอกับเรื่องที่ไม่คาดคิด.. ชนิดที่ไม่คาดคิด

คล้ายๆ เคราะห์ซ้ำกรรมซัด นักเตะเจ็บต่อเนื่องไม่พอยังตามด้วยการติดเชื้อโควิด-19 ของซูเปอร์สตาร์ตัวหลัก

ลิเวอร์พูลเจอกับเรื่องที่ไม่คาดคิด.. ชนิดที่ไม่คาดคิด

คนที่ขาดหายไปของลิเวอร์พูลคือตัวหลักทั้งสิ้น บางคนเจ็บแล้วหายกลับมาแล้วอย่าง อลีสซง เบ็คเกอร์ บางคนเพิ่งจะเจ็บและต้องพักยาวแน่ๆ อย่าง เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ และ โจ โกเมซ บางคนมีปัญหาเรื่องความฟิตเพิ่งจะมีโอกาสกลับมาเล่นและกำลังจะคัมแบ๊กคืนสนามอย่าง โฌแอล มาติป ตีอาโก้ อัลกันตาร่า ฟาบินโญ่

หรือรายของ คอสตาส ซิมิกาส กับ ซาดิโอ มาเน่ ก็หายจากปัญหาไวรัสโคโรน่าที่ติดเชื้อไปก่อนหน้านี้ ซิมิกาสยังเป็นตัวสำรองของ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ขณะที่มาเน่ลงสนามต่อเนื่อง

มันก็เช่นเดียวกับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ติดเชื้อโควิด-19 ก็ต้องกักตัวอยู่ที่อียิปต์เบื้องต้น 7 วัน รอผลตรวจให้กลับมาเป็นลบถึงจะเดินทางกลับอังกฤษได้

เอาเข้าจริงแล้วแฟนบอลลิเวอร์พูลก็อย่าเพิ่งตื่นตูมหรือตีตนไปก่อนไข้กับเคสของซาลาห์มากเกินไป เพราะนักฟุตบอลหลายคนติดโควิดก็หายกลับมาเป็นปกติและลงสนามช่วยต้นสังกัดได้ในเวลาไม่นาน

เขามีหลักเกณฑ์การพิจารณาในเรื่องนี้อยู่ มีการตรวจอยู่เรื่อยๆ สัปดาห์ละ 2 ครั้งอยู่แล้ว ใครมีผลบวกก็กักตัว ใครที่ตรวจไม่พบเชื้อก็ลงทำหน้าที่ได้ พอตรวจใหม่ถ้าเป็นผลลบไม่เจอเชื้อแล้วก็ปลอดภัยกลับมาสวมชุดลงฟาดแข้งได้เช่นกัน

เรื่องของซาลาห์ที่ติดเชื้อโควิด-19 ไม่ได้น่ากลัวอะไร อีกไม่นานเขาก็จะกลับมาช่วยทีมได้ ดีไม่ดีหายไปแค่เกมเดียวหรือสองเกมเป็นอย่างมากด้วยซ้ำ เพียงแต่ข่าวนี้กระแทกความรู้สึกของเดอะค็อปมากเพราะมันเกิดขึ้นในช่วงที่อารมณ์ของทุกคนอ่อนไหว โจ โกเมซ เพิ่งจะเจ็บจากแค้มป์ทีมชาติอังกฤษต้องพักยาวไปหมาดๆ

ก็เป็นความรู้สึกที่เข้าใจได้ ไม่แปลกหรอกที่แฟนบอลลิเวอร์พูลจะคร่ำครวญถึงโชคชะตาว่าทำไมฟ้าถึงเล่นตลกกับทีมรักของพวกเขาขนาดนี้

อย่างไรก็ตามถ้าดูจากขุมกำลังที่ทีมมีอยู่ในตอนนี้และการทำงานของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ลิเวอร์พูลยังไม่ถือว่าน่าห่วงในระดับวิกฤติหรอก มาตรฐานของพวกเขายังสูงพอที่จะล่าแชมป์ได้ด้วยซ้ำ

ในแง่ของการจัดทีม ลิเวอร์พูลไม่มีปัญหาในแดนหน้าและแดนกลางเลย ข้างหน้ามีทั้งโรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ซาลาห์ มาเน่ ดีโอโก้ โชต้า เซอร์ดาน ชากิรี่ ทาคุมิ มินามิโนะ และ ดิว็อค โอริกี้

แดนกลางก็ยังมี จอร์แดน เฮนเดอร์สัน จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม ฟาบินโญ่ ตีอาโก้ นาบี เกอิต้า เจมส์ มิลเนอร์ และ เคอร์ติส โจนส์

ยังไม่ได้รวม อเล็กซ์ อ๊อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ที่ยังเจ็บยาวซึ่งจะเห็นว่าขุมกำลังในแดนมิดฟิลด์ของทีมมีเยอะมาก

การเล่นของทีมก็ยังไปได้ดี กองกลางคุมเกม ตัดเกม กองหน้าทำประตู เพียงแต่ในรายละเอียดมีการปรับเปลี่ยนเพื่อความสมดุล พื้นที่ในการเล่นของฟูลแบ๊กทั้ง 2 ข้างอย่าง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ และ โรเบิร์ตสัน ต่ำลงกว่าฤดูกาลที่ผ่านๆ มาอย่างชัดเจน ไม่มีการเติมสูงถึงเส้นหลังบ่อยๆ แต่จะประคองรักษาตำแหน่งไว้เลยครึ่งสนามขึ้นไปไม่มาก

ปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับตัวนักเตะไม่พร้อมของหงส์แดงจึงมีเพียงในเกมรับ ผู้รักษาประตูไม่มีคำถามอะไรเหลือแค่กองหลัง ซึ่งการขาดหายไปของ ฟาน ไดค์ กับ โกเมซ ทำให้คล็อปป์เสียคู่เซนเตอร์แบ๊กตัวจริงและต้องจัดสรรหาทางแก้

ทางแก้ที่ว่าก็มีให้เลือกอยู่มาก คุณจะจัดการอย่างไรก็ได้ขอให้ผลงานโดยรวมของทีมยังก้าวไปข้างหน้าไม่สะดุดหรือเกิดอุปสรรคน้อยที่สุด

เวลานี้เรายังไม่รู้คำตอบว่าการเสียโกเมซเพิ่มขึ้นอีกคนจนคล็อปป์ต้องหาทางแก้ไขนั้นจะส่งผลเสียหายรุนแรงมากแค่ไหน ตัวเลือกในตำแหน่งคู่เซนเตอร์ของเขายังมี โฌแอล มาติป และดาวรุ่งอย่าง รีส วิลเลียมส์ กับ แนท ฟิลลิปส์ ที่ได้เล่นในทีมชุดใหญ่ในเกมลีกไปแล้ว ขณะที่ บิลลี่ คูเมติโอ ก็เล่นในช่วงปรีซีซั่น และยังมี เซปป์ ฟาน เดน เบิร์ก ที่อยู่ในข่ายอีกคน

คล็อปป์อาจจะเลือกคู่เซนเตอร์แบ๊กที่เป็นกองหลังอาชีพแบบนี้ หรือถอยกองกลางตัวหลักที่มีบทบาทในเกมรับสามารถเล่นปราการหลังตัวกลางอย่าง ฟาบินโญ่ ลงไปยืนก็ได้ ยังไม่รวมถึงคนอื่นๆ ที่เจ้าตัวเคยให้สัมภาษณ์ว่าอาจจะถูกส่งไปเล่นได้ถ้าสถานการณ์จำเป็นมาถึงไม่ว่าจะเป็น เฮนเดอร์สัน ไวจ์นัลดุม มิลเนอร์ หรือ โรเบิร์ตสัน

การแก้ปัญหามีช่องทางของมันอยู่แล้ว และจากที่เคยเป็นคู่ ฟาน ไดค์-โกเมซ ยืนพื้นทุกเกม คล็อปป์อาจสลับผู้เล่นมายืนตรงนั้นตามความเหมาะสมก็ได้ เจอเกมลักษณะนี้ใช้คู่นี้ เจอเกมลักษณะนั้นใช้คู่นั้น

มันไม่ใช่ว่าทุกอย่างจะพังพินาศในทันทีหรอก จะอย่างไรก็ต้องลองแก้ไขกันไปก่อน อย่างที่เราเห็นพื้นที่การเล่นของเทรนท์กับร็อบโบ้ต่ำลงกว่าเดิมนั่นแหละ

ส่วนเรื่องเสริมนักเตะใหม่ก็น่าจะอยู่ในข่ายเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อ การยืมตัว หรือเซ็นสัญญาฟรีๆ รวมไปถึงสัญญาจะเป็นระยะยาว ระยะกลาง หรือระยะสั้น

ทีมงานของ เจอร์เก้น คล็อปป์ คงระดมความคิดกันและกำหนดแนวทางที่จะทำเอาไว้แล้ว พวกเขาอาจจะดิ่งตรงไปที่นักฟุตบอลที่เป็นเป้าหมายทันทีหรืออาจจะลิสต์รายชื่อรอเอาไว้ก่อนในระหว่างที่ดูปฏิกิริยาในเกมรับของทีมในช่วงเวลา 3-4 เกมหลังจากนี้แล้วค่อยตัดสินใจ

ทุกอย่างเป็นไปได้ แต่เท่าที่สื่อและแฟนบอลแสดงความคิดเห็น พวกเขาเชื่อว่าน่าจะได้บทสรุปที่การมีกองหลังตัวใหม่เข้ามา ส่วนจะเป็นสัญญาระยะสั้นหรือยาวหรือลงทุนซื้อหรือแค่ยืมตัวรวมทั้งเซ็นฟรีก็เสียงแตกกระจายกันไปคนละทิศ

หากมองในมุมแย่ๆ มันก็มีแต่ปัญหารุมเร้าและเกมรับที่แข็งแกร่งนั้นคือกำแพงเหล็กพื้นฐานความสำเร็จของลิเวอร์พูลตลอด 3 ฤดูกาลที่ผ่านมาที่ทั้งเข้าชิงแชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นรองแชมป์ลีกด้วยคะแนน 97 แต้ม เป็นแชมป์ยุโรป เป็นแชมป์โลก และเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกที่รอคอย

หลายคนเชื่อว่าพังแน่ พังโดยไม่ต้องคิดอะไรมากเลย

แต่นับตั้งแต่ฟาน ไดค์เจ็บ ลิเวอร์พูลชนะ 5 เสมอ 1 ใน 6 เกมที่ลงสนาม เสียประตู 3 เกม ไม่เสียประตู 3 เกมและไม่มีเกมไหนเสียประตูมากกว่า 1 ลูกเลยแม้กระทั่งในเกมล่าสุดที่ต้องไปเยือนแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ยิงพวกเขา 11 ลูกจาก 3 เกมหลังสุดที่เอติฮัด สเตเดี้ยม เกมรุกของเรือใบสีฟ้าก็ถูกตีกรอบให้เหลือประตูที่ซัดผ่านพวกเขาได้เพียงลูกเดียว

มันดูเหมือนเลวร้าย แต่ในมุมของการเล่นเป็นทีมอาจไม่ได้รุนแรงอย่างที่คิดก็ได้ เดอะค็อปต้องใจเย็นๆ รอดูผลงานที่ออกมาและปล่อยให้ เจอร์เก้น คล็อปป์ ได้แก้ปัญหาโดยไม่ไปกดดันให้ทำอย่างนู้นอย่างนี้อย่างนั้นแบบเด็กเอาแต่ใจ

 

 

บทความโดย  :: ป้าพล็อต

อ่านข่าวฟุตบอลต่างประเทศ :: ข่าวฟุตบอลวันนี้

บทความฟุตบอล :: บทความฟุตบอลก่อนหน้านี้

เว็บดูบอลออนไลน์ :: ดูบอลออนไลน์ฟรี